Laptop Student learning

10 วิธี กด Refresh เติมพลังให้ชีวิตทำงานมีแต่รุ่ง

Student on computer

 

         เคยรู้สึกไหมว่า เมื่อเราทำงานเดิม ในสถานที่เดิม ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมเดิม ๆ  เป็นระยะเวลาหนึ่ง เรามักจะรู้สึกว่างานของเราไม่น่าสนใจ ตื่นเต้น และท้าทายเหมือนแต่ก่อน จะคิดสร้างสรรค์งานอะไรก็รู้สึกว่ามันซ้ำซากจำเจและหลุดมาจากกกรอบความคิดเดิม ๆ ไม่ได้ ลองหาเวลาพักเบรคและกดรีเฟรชให้กับชีวิตการทำงานดู พร้อมกับทำตามแนวทางเหล่านี้ที่จะช่วยทำให้หน้าที่การงานของเรากลับมามีสีสัน ตื่นเต้นท้าทาย แถมอาจทำให้เราตกหลุมรักมันอีกครั้ง

         1. ปรับเปลี่ยนทัศนคติ

         “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” เป็นสุภาษิตที่จริงเหลือเกิน ทุกสิ่งนั้นเกิดจากความคิดแล้วส่งผลไปที่ร่างกาย ดังนั้นการที่เราเบื่อและไม่อยากทำงานจึงต้องเริ่มปรับเปลี่ยนที่ความคิดของเราก่อน ต้องมองให้งานของเราเป็นสิ่งใหม่และท้าทายอยู่เสมอโดยอาจจะใช้วิธีกำหนดเป้าหมายขึ้นมาเพื่อให้เรารู้สึกสนุกกับการพิชิตเป้าหมายนั้นให้สำเร็จ เช่น ต้องอ่านอีเมลให้จบภายในหนึ่งชั่วโมง วันนี้ต้องติดต่อลูกค้าให้ครบห้าคน เป็นต้น

         2. ตั้งเป้าหมายให้ชีวิต

         สำหรับบางคนการทำงานอาจเป็นเพียงการทำให้จบไปหนึ่งวันหรือหมดหนึ่งเดือนเพื่อแลกกับค่าตอบแทน จึงทำให้แต่ละนาทีผ่านไปอย่างยากลำบากและขาดแรงกระตุ้น ดังนั้นเราควรตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตเพื่อให้การทำงานของเรามีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและเราอยากขับเคลื่อนไปให้ถึงจุดหมายนั้น ซึ่งเป้าหมายก็สามารถมีได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เพื่อเลื่อนขั้นเป็นหนึ่งในผู้บริหาร เพื่อซื้อบ้านให้ครอบครัว เพื่อช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้น เป็นต้น

         3. หาความรู้เพิ่มเติม

         ถ้าสมองบล็อค ไอเดียไม่บรรเจิด ลองหาความรู้และแรงบันดาลใจจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อ่านหนังสือ ท่องเว็บไซต์ หรือติดต่อกับโลกออนไลน์อย่างกลุ่มวิชาชีพที่มีอยู่ใน Linkedin หรือ Facebook เพื่อติดตามข่าวสารและแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ

         4. เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือกิจกรรมกับทางบริษัท

         การทำงานอาสาสมัครนั้นถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่นายจ้างมักให้ความสำคัญในการคัดเลือกคนเข้าทำงานเลยทีเดียว เนื่องจากการทำงานอาสาสมัครแสดงให้เห็นถึงด้าน soft side ที่วัดไม่ได้จากใบเกรดหรือเกียรตินิยม ซึ่งอาจหมายถึงการที่เรามีความเสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ความสามารถในการทำงานเป็นทีม ความเป็นผู้นำ นอกจากนี้การเป็นอาสาสมัครยังทำให้เรามีโอกาสที่จะเรียนรู้ความสามารถใหม่ที่เราไม่เคยทำมาก่อน เช่น การถ่ายภาพ การดูแลผู้อื่น การทำอาหาร การพูดต่อหน้าที่สาธารณะ เป็นต้น

         5. สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในแผนก

         ลองเว้นวรรคจากการคุยหรือติดต่อกันแต่เรื่องงานแล้วหันมาทำความรู้จักเพื่อนร่วมงานในมุมมองที่ต่างไปจากเดิม อาจเริ่มด้วยการชวนกันออกไปทานอาหารกลางวันหรือปาร์ตี้กันคืนวันศุกร์ ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เพื่อนร่วมงานและเพื่อนอยู่ในคน ๆ เดียวกันก็ได้ ซึ่งอาจช่วยให้บรรยากาศในการทำงานของเราดีขึ้น

         6. สมัครสมาชิกขององค์กรหรือสมาพันธ์ หรือเข้าร่วมงานสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ

         เอาตัวเราออกไปอัพเดตความรู้ใหม่อยู่เสมอ ซึ่งการเข้าร่วมสัมมนา เสวนาวิชาการ หรือการสมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสายวิชาขีพของเรา เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ไม่พลาดข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงสายอาชีพ ทั้งยังเป็นคลังของเครือข่ายชั้นดีที่อาจได้ติดต่อเรื่องงานกันในอนาคต

         7. เป็นวิทยากรแบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่น

         เรายังอยากเรียนรู้จากคนทำงานจริงเลย แล้วทำไมถึงจะเก็บความรู้ไว้กับตัวเองล่ะ แบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ทำงานที่มีให้กับผู้อื่น เพื่อที่เขาจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดและพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น และจะทำให้เรามีความภาคภูมิใจในตัวเองอีกด้วย

         8. จัดช่วงเวลาระดมไอเดียหนึ่งวันต่อสัปดาห์

         เพื่อให้แต่ละคนได้นำไอเดียที่ตนเองมีมาแลกเปลี่ยนและช่วยกันระดมสมองและความคิด เพื่อสร้างให้ไอเดียนั้นเป็นจริง นวัตกรรมใหม่ ๆ หลายอย่างไม่ได้เกิดที่หน้าคอมพิวเตอร์ หากแต่เกิดจากการพูดคุยและถกเถียง บางบริษัทถึงขั้นจัดสถานที่และอุปกรณ์ที่สนับสนุนการระดมไอเดียขึ้นเลยทีเดียว

         9. ลงทะเบียนเรียนคอร์สออนไลน์

         อาจทำให้ได้เนื้อหาในเชิงลึกกว่าศึกษาด้วยตนเองแบบผิวเผิน เนื่องจากมีการกำหนดหลักสูตรไว้อย่างชัดเจน ซึ่งนอกจากความรู้ที่จะได้รับแล้ว ยังได้ฝึกความรับผิดชอบและมีวินัย เพราะการเรียนแบบออนไลน์นั้นไม่มีอาจารย์มาเช็คชื่อเข้าห้องเรียน แถมเรายังต้องต่อสู้กับกิจกรรมยั่วน้ำลายอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่าการมาจดจ้องอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์

         10. จัดบริเวณที่ทำงานใหม่

         โต๊ะทำงานเป็นสถานที่ที่เราต้องใช้เวลาอยู่นานเทียบเท่ากับบ้านหลังที่สองเลยก็ว่าได้ ดังนั้นการมีโต๊ะทำงานที่เอื้อต่อการใช้ความคิดและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ได้ย่อมเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งการตกแต่งหรือจัดระเบียบนั้นก็อาจแตกต่างไปตามความชอบและความสนใจของแต่ละคน เช่น มีต้นไม้สีเขียวช่วยสร้างความสดชื่นหรือไว้พักสายตา มีวลีเด็ดที่ช่วยสร้างความฮึกเหิมและแรงบันดาลใจ มีรูปภาพสถานที่ท่องเที่ยว ครอบครัว หรือคนรักไว้เป็นกำลังใจ มีโพสต์อิทเพื่อเตือนความจำและบอกสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน เป็นต้น

         การทำงานคือการใช้เวลากว่าครึ่งของชีวิตไปกับสิ่งหนึ่ง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ว่าเราจะอยู่กับมันอย่างมีความสุข สนุก ท้าทาย และตกหลุมรักทุกวันได้อย่างไร เพราะเมื่อเรารักที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ผลของการตั้งใจทำสิ่งเหล่านั้นย่อมออกมาดีเสมอ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s