Ideas and innovation

“คิด และ ทำ” แบบนักนวัตกรรม ให้ได้ผลงานอย่างมีคุณค่า!

Student innovation

         หากพูดถึงการทำธุรกิจซึ่งเป็นหนึ่งในอาชีพในฝันของคนในยุคสมัยนี้ คงไม่มีใครไม่อยากประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ปัจจัยที่ส่งผลให้กิจการใดประสบความสำเร็จนั้น อย่างหนึ่งที่สำคัญเลยคือตัวสินค้าที่ต้องโดนใจและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละนวัตกรรมนั้นต้องมีกระบวนการคิดและทำอย่างไร แล้วคำว่า “นวัตกรรม” แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ ไปดูกันเลย

         นวัตกรรม (Innovation) มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน คือ Innovare แปลว่า “ทำสิ่งใหม่ขึ้นมา” และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (2549) ก็ได้ให้ความหมายของนวัตกรรมไว้ว่า นวัตกรรม คือ “สิ่งใหม่ที่เกิดจากการใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม” ซึ่งจากนิยามดังกล่าวจะเห็นได้ว่า นวัตกรรมต้องประกอบด้วยองค์ประะกอบ 3 อย่าง คือ

ความใหม่ หมายถึง เป็นสิ่งใหม่ที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นจากของเดิมที่มีอยู่ หรือจะผลิตขึ้นมาใหม่เลยก็ได้

การใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง ต้องใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์เป็นพื้นฐานในการคิดและพัฒนา ไม่สามารถลอกเลียนหรือทำซ้ำจากของเดิมที่มีอยู่ได้

มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม หมายถึง การพัฒนานั้น ๆ สามารถเพิ่มมูลค่าให้เกิดขึ้น โดยสามารถวัดผลเป็นตัวเงินสำหรับในแง่เศรษฐกิจ และก่อให้เกิดคุณค่าที่อาจประเมินค่าไม่ได้ในแง่ของสังคม

         โดยการแบ่งประเภทของโครงการการสร้างนวัตกรรมนั้นได้มีการจำแนกโดยหลายผู้เชี่ยวชาญในแบบที่ต่างกันออกไป เช่น Booz et. Al (1982) จำแนกโครงการตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของผลิตภัณฑ์ตามเกณฑ์ความใหม่ต่อองค์กรและตลาด Christensen (1995) จำแนกโครงการตามเกณฑ์ความใหม่ของเทคโนโลยี Wheelwright and Clark (1992) ใช้ความใหม่ในแง่การเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเป็นเกณฑ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไปรมา อิศรเสนา ณ อยุธยา ได้จำแนกโครงการตามเกณฑ์ระดับ นวัตกรรมเชิงคุณค่าไว้ 4 ประเภท ซึ่งได้พัฒนาและผสมผสานข้อดีของเกณฑ์การจำแนกและการวางกลยุทธ์การทำงานแบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ดังนี้

4 นวัตกรรมที่มีคุณค่า

         1. รูปลักษณ์และสัมผัสใหม่

         โครงการนี้มุ้งเน้นไปที่พัฒนารูปลักษณ์ภายนอกของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมเพื่อให้เกิดผลโดยตรงต่อการรับรู้ทั้ง 5 ของกลุ่มเป้าหมาย เช่น การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาส่วนประกอบตกแต่งของรถยนต์ เป็นต้น

         2. วิธีการแก้ปัญหาใหม่หรือผลลัพธ์ใหม่

         โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อตอบสนองความต้องการหรือปัญหาที่มีอยู่เดิม หรือคิดวิธีการขึ้นมาใหม่เพื่อสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ดียิ่งข้ึน โดยวิธีการที่นำมาใช้ อาจใช้การปรับปรุงเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมหรือจากพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาใหม่ เช่น การพัฒนาสูตรยาสระผมสำหรับผมทำสี การพัฒนากล้องดิจิตอลมาเป็นทางเลือกใหม่แทนกล้องฟิล์ม เป็นต้น

         3. การใช้งานใหม่

         โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการใหม่ที่ผลิตภัณฑ์เดิมไม่เคยทำได้ หรือพัฒนากระบวนการของผลิตภัณฑ์เดิมให้น้อยลง สะดวกสบายมากขึ้นเพื่อตอบสนองสิ่งที่ผู้บริโภคยังไม่เคยได้รับ เช่น การใช้งานเสริมที่เพิ่มเติมขึ้นมาในเครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ เช่น การกำจัดแบคทีเรียและสารก่อภูมิแพ้ใน เสื้อผ้า เป็นต้น

         4. คุณค่าใหม่

         โครงการประเภทนี้มุ่งเน้นการตอบสนองคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังความต้องการใช้งาน การพัฒนาคุณค่าใหม่มักทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่ที่เปลี่ยนกรอบแนวคิดในเชิงคุณค่าไปจากสิ่งที่มีอยู่เดิมอย่างสิ้นเชิง เช่น Post-it note เป็นตัวอย่างโครงการที่ทำให้เห็นคุณค่าใหม่ของกาวที่ติดไม่แน่น เป็นต้น

         ซึ่งการที่จะได้มาซึ่งนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น ลองมาสำรวจตัวเองกันดีกว่าว่า เรามีลักษณะของการเป็นนักคิดนวัตกรรมที่ดีกันหรือยัง

6 วิธีคิด แบบนักนวัตกรรม

  1. กล้าคิดคิดนอกกรอบ นำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอด
  2. กล้าพูด นำเสนอในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีและมีประโยชน์
  3. กล้าเปิดใจรับฟัง เพื่อนำข้อเสนอแนะมาพัฒนาหรือปรับปรุงให้ดีขึ้น
  4. กล้าเสี่ยง กล้าริเริ่ม การทำผิดเป็นสิ่งที่ยอมรับได้
  5. กล้าเรียนรู้ ความรู้สามารถหาได้ทุกที่ทุกเวลา
  6. กล้าทำ ทำจริงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

5 วิธีปฏิบัติ แบบนักนวัตกรรม

 ทั้งนี้กระบวนการพัฒนานวัตกรรมก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ซึ่งเราสามารถแบ่งเป็นขั้นตอนได้ดังต่อไปนี้

  1. สร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบัน อาจหมายรวมถึงสภาวะทางการตลาดหรือความต้องการของผู้บริโภค วิเคราะห์ถึงปัญหา โอกาส และค้น unmet needs ให้เจอ นี่คือจุดเริ่มต้นของการคิดค้นนวัตกรรมต่อมา
  2. สังเกตว่าอะไรคือสาเหตุของปัญหา ลิสต์ออกมา เพื่อเตรียมพัฒนาต่อสู่แนวทางแก้ไข
  3. คิดค้นแนวทางการแก้ไขปัญหาหรือแนวทางการพัฒนาให้ดีขึ้น ควรคิดไว้หลายทางเลือก จากนั้นจัดลำดับแนวทางที่คิดว่าดีที่สุด เพื่อเลือกมาทดสอบแนวความคิด
  4. ทดสอบแนวความคิดที่ดีที่สุดที่เลือกมากับกลุ่มเป้าหมาย รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และคำติชม จากนั้นนำมาปรับปรุงและพัฒนาต่อยอด
  5. นำผลลัพธ์ที่ผ่านการปรับปรุงแล้วมาพัฒนาเป็นนวัตกรรม โดยต้องมีการวางแผนการทำงานที่เป็นระบบ มีทีมวิจัยคอยดูแล มีการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ มีการประเมินผลและประเมินความเป็นไปได้ในการทำกำไร เป็นต้น

         ถึงแม้ว่า “นวัตกรรม” จะดูยิ่งใหญ่และมีรายละเอียดที่ซับซ้อน แต่หากเรามีความเชื่อ ความมุ่งมั่น และไม่หยุดที่จะพัฒนา ความสำเร็จของเราที่จะเป็นเจ้าของนวัตกรรมใหม่ๆ ก็อยู่แค่เอื้อม ติดตามเรื่องราวสาระอัดแน่นที่เราจะนำมาเสิร์ฟให้คุณอีกเร็วๆ นี้

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s