Business Transformation

ส่อง 7 ธุรกิจ ปรับกลยุทธ์สู่ Digital Transformation

คนที่มีความยืดหยุ่นและรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์มักเป็นผู้อยู่รอดเสมอ เช่นเดียวกับธุรกิจเหล่านี้ที่เตรียมพร้อมกลยุทธ์ปรับตัวให้ก้าวทันการหมุนของโลกสู่ Digital Transformation ซึ่งหมายถึงการปรับเปลี่ยนในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นวิธีการบริหารธุรกิจ กระบวนการผลิต การตลาด วิธีทำงานของพนักงาน และการบริการลูกค้า เป็นต้น ไปดูกันดีกว่าว่าวิธีรับมือของธุรกิจเหล่านี้เป็นไปในแง่ไหน และพวกเขาเป็นใครกันบ้าง

  1. Amazon Business

เป็นตัวอย่างของการปรับกลยุทธ์ด้าน “Digital Customer” เนื่องจากการสร้างระบบ E-Commerce ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานแบบ B2B นั้นยังเป็นเรื่องท้าทายของธุรกิจอยู่ แต่ Amazon Business กลับสามารถทำได้ดีโดยทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับขายสินค้าหลากหลายตั้งแต่อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านไปจนถึงเครื่องมือตัดเหล็กให้กับเหล่ากลุ่มธุรกิจรายใหญ่ โดยมีความพิเศษตรงที่ข้อเสนอการขนส่งของฟรีเมื่อซื้อถึงกำหนดขั้นต่ำ มีโปรโมชันลดราคาสินค้า มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย มีระบบซื้อขายครบวงจรและเชื่อถือได้ ซึ่ง Amazon Business ได้เริ่มให้บริการเมื่อเดือนเมษายน 2015 มีสินค้าในระบบกว่า 250 ล้านชนิด และกลายเป็นตลาดครบวงจรรายใหญ่ของธุรกิจประเภท B2B นับแต่นั้นมา 

  1. Under Armour

ด้วยความที่อยากเป็นมากกว่าธุรกิจชุดออกกำลังกาย Under Armour ได้คิดค้นแอพพลิเคชัน “Connected Fitness” ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามดูกิจกรรมการออกกำลังกายที่ตนเองได้ทำและวิเคราะห์สุขภาพร่างกายตนเองได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้งานแล้ว ทาง Under Amour ก็ยังได้รับประโยชน์อย่างมากจากการรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ของลูกค้าแต่ละคน เพราะสามารถนำมาวิเคราะห์เทรนด์และพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ต่อไปได้ แถมยังสามารถทำ Localized Marketing ได้ด้วยเพราะข้อมูลจะแสดงให้เห็นถึงลักษณะของกลุ่มลูกค้าในแต่ละพื้นที่ เรียกได้ว่าเป็น Win – Win Situation ของทั้งสองฝ่าย และเป็นวิธีการปรับตัวที่น่าสนใจของสินค้าประเภทนี้ทีเดียว

  1. Starbucks

ฝั่งแบรนด์ยอดนิยมอย่าง Starbucks ก็ไม่หยุดสร้างความพึงพอใจกับลูกค้าแค่ภายในร้าน แต่ทางแบรนด์ได้เล็งเห็นโอกาสบางอย่างและได้สร้าง Mobile Application ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถสั่งออร์เดอร์และจ่ายเงินผ่านแอพได้โดยไม่ต้องไปเสียเวลาต่อแถวถึงที่ร้าน นอกจากลูกค้าจะแฮปปี้แล้ว ทางแบรนด์ก็สามารถนำข้อมูลของลูกค้ารวมไปถึงพฤติกรรมในการจับจ่ายซื้อของไปวิเคราะห์และพัฒนาสินค้าและบริการต่อไป

  1. Nespresso

ด้วยเป้าหมายของแบรนด์ที่ชัดเจนในการสร้างประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า Nespresso จึงสร้าง Customer Engagement Solution ขึ้นมาเพื่อทำให้ประสบการณ์การสั่งซื้อกาแฟเป็นอะไรที่ง่ายและสะดวกรวดเร็วกว่าเดิม ซึ่งทำให้ Nespresso สามารถขยายตลาดใหม่ไปได้กว้างขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้น และสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เป็นการตอกย้ำประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ดีที่สุดจริง ๆ คือสะดวกตั้งแต่ขั้นตอนซื้อไปจนถึงรสชาติอร่อยกลมกล่อมเมื่อถึงขั้นตอนดื่มนั่นเอง 

  1. Shutterstock

ความท้าทายและงานหนักของ Shutterstock คือจะทำอย่างไรให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหารูปภาพให้ได้ใกล้เคียงกับที่ใจต้องการมากที่สุด เนื่องจากรูปภาพที่อยู่บนเว็บไซต์นั้นมีมากมาย และบางครั้งนั้นค่อนข้างซับซ้อนหรือมีความเป็นนามธรรมที่ยากแก่การค้นหา ทาง Shutterstock จึงคิดวิธีการแก้ปัญหาโดยการเพิ่ม “Suggested Keywords” คือหลังจากที่ผู้ใช้งานอัพโหลดรูปภาพ ทางระบบจะแนะนำคีย์เวิร์ดที่น่าจะเกี่ยวข้องกับรูปดังกล่าว เพื่อให้แน่ใจว่ารูป ๆ หนึ่งจะได้รับการกำกับด้วยคีย์เวิร์ดที่แม่นยำและครอบคลุมมากที่สุด และยังพยายามเพิ่มความถูกต้องไปอีกด้วย “Reversed Image Search” นั่นก็คือให้ผู้ใช้งานช่วยเลือกรูปที่ระบบแนะนำขึ้นมาที่คล้ายคลึงกันกับรูปที่เพิ่งอัพโหลดขึ้นระบบมากที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการสร้างพื้นฐานที่ดีในการจัดเก็บและแบ่งประเภทไฟล์ข้อมูล เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีในการค้นหารูปภาพให้ได้ใกล้เคียงกับที่ต้องการมากที่สุดในการใช้งานครั้งต่อไป

  1. Lego

หลังจากผ่านยุคเฟื่องฟูในปี 1970 – 1991 ทาง Lego ก็เริ่มเจอปัญหายอดขายตกอย่างต่อเนื่องจนถึงกับล้มละลายในปี 2004 แต่หลังจากนั้น Lego ก็เริ่มผันตัวเข้าสู่ Digital Transformation โดยเริ่มหันไปทุ่มสร้างยอดขายผ่านทางการสร้างภาพยนตร์ เกมส์ และแอพพลิเคชัน ซึ่งหลังจากการปฏิวัติรูปแบบดังกล่าว ทำให้ผลประกอบการสูงขึ้นเป็น 37.1% ในปี 2014 เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2007 และได้กำไรจากการภาพยนตร์กว่า 400 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

  1. Marriott

เพราะพนักงานคือฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า Marriott จึงมุ่งมั่นพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานโดยการนำ Collaboration Platform เข้ามาใช้สำหรับแลกเปลี่ยนความรู้ แชร์ไอเดียใหม่ ๆ หรือ Best Practices ในการทำงานและแก้ไขปัญหา ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถต่อยอดเป็นสินค้าและบริการใหม่ของบริษัท รวมไปถึงช่วยลดเวลาในการหาคำตอบให้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว นำไปสู่การเพิ่ม  ความพึงพอใจของลูกค้าในท้ายที่สุด

หากแบรนด์เหล่านี้เคยคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้วและปฏิเสธการพัฒนาปรับเปลี่ยนในวันนั้น เราอาจไม่ได้เห็นภาพของพวกเค้าที่ยังคงอยู่ในปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่าความยืดหยุ่นและหมุนไปกับความต้องการของผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญที่ห้ามละเลย และสำหรับวินาทีนี้แล้วก็คือการเตรียมกลยุทธ์การบริหารธุรกิจสู่ Digital Transformation นั่นเอง

 

Source: https://www.the-reference.com/en/blog/olivierdeneef/2017/digital-innovation-summit

https://biznology.com/2016/12/11-inspiring-case-studies-digital-transformation/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s