การเรียนรู้ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ฝูงชนกำเนิดคล้าย               คลึงกัน
ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ                แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน                             กันหมด
เว้นแต่ชั่วดีกระด้าง                     ห่อนแก้     ฤๅไหว

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

จากโคลงสี่สุภาพที่ยกมานี้ กล่าวได้ว่า คนเราเกิดมามีส่วนคล้ายคลึงกันจะผิดแผกแตกต่างกันไปบ้างก็ตรงที่ขนาดรูปร่าง หน้าตา เพศ ผิวพรรณเท่านั้น นอกเหนือจากความรู้ผิดชอบชั่วดีของแต่ละคนแล้ว ในด้านความรู้นั้นย่อมเรียนทันกันหมด ขึ้นอยู่แต่เพียงจะช้าหรือเร็วเพียงเท่านั้นเอง

เมื่อพูดถึงการเรียน หลายคนอาจจะส่ายหน้าหรือเบือนหน้าหนีไปเลย และคิดว่าที่ได้เข้าเรียนมาตลอดทั้งวัยเด็ก ล่วงเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นสำหรับบางคน หรือจนกระทั่งจบระดับชั้นอุดมศึกษาสำหรับหลายๆ คนนั้นเพียงพอสำหรับตนแล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่านอกจากการศึกษาในระบบแล้ว ยังมีการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยที่เราสามารถนำมาผสมผสาน เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต หรือที่เรียกว่า การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)

การเรียนรู้ตลอดชีวิตนั้น หากคิดโดยผิวเผินอาจจะทำให้คิดว่าต้องเป็นการศึกษาผู้ใหญ่ (Adult Education) เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังครอบคลุมการเรียนรู้ทุกรูปแบบที่ทำให้ได้รับความรู้ ทักษะ หรือประสบการณ์จากการศึกษา หรือจากกิจกรรมในวิถีชีวิตที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาตลอดช่วงชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายเลยทีเดียว

เมื่ออ่านถึงตรงนี้ หลายท่านอาจสงสัยว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะจำเป็นต่อชีวิตอย่างไร คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับเป้าหมายของตัวผู้เรียนรู้แต่ละคนเอง บางคนอาจต้องการที่จะได้รับความรู้หรือทักษะใหม่ๆ ที่จะส่งผลต่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน บางคนอาจต้องการโอกาสที่สองในการรับโอกาสทางการศึกษาที่ตนไม่ได้รับในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น ในขณะที่บางคนอาจเพียงต้องการการริเริ่มความคิดสร้างสรรค์ หรือสร้างความรับผิดชอบต่อตนเอง หรือแม้กระทั่งเพียงเพราะการรับรู้สิ่งใหม่ๆ นั้น เป็นเรื่องสนุกของตนเท่านั้น

เมื่อท่านเห็นว่าการเรียนรู้นั้นน่าสนใจและกำหนดแล้วว่าเป้าหมายของตนนั้นคืออะไร วิธีการที่เราจะสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตในปัจจุบันนั้นจัดว่าง่ายและสะดวกมากทีเดียว โดยท่านสามารถเลือกได้จากวิธีคร่าวๆ          5  วิธี ดังต่อไปนี้

  1. การศึกษาผู้ใหญ่ (Adult Education) เป็นการศึกษาโดยเฉพาะสำหรับผู้ใหญ่เพื่อพัฒนาตนเองโดยการเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ความสามารถทั่วไปและวิชาชีพ รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านประสบการณ์เรียนรู้และกิจกรรมที่จัดให้นอกระบบโรงเรียนปกติ

ในประเทศไทย การศึกษาผู้ใหญ่มีตั้งแต่ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาสำหรับผู้ที่ขาดโอกาสในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นผ่านการศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (www.nfe.go.th) ไปจนถึงระดับอุดมศึกษาผ่านหลักสูตรต่างๆ ของมหาวิทยาลัยแบบไม่จำกัดรับจำนวน (มหาวิทยาลัยเปิด) เช่น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (www.stou.ac.th) หรือผ่านหลักสูตรการศึกษาภาคค่ำหรือภาคพิเศษในมหาลัยต่างๆ

สำหรับในต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มีการจัดการศึกษาผู้ใหญ่ในรูปแบบแยกออกมาตั้งเป็นคณะใหม่เลย เช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจัด Harvard Extension School (www.extension.harvard.edu) ขึ้นมาเพื่อผู้เรียนวัยผู้ใหญ่โดยเฉพาะ เพื่อเรียนในแขนงวิชาต่างๆ ทั้งแบบชั้นเรียนและแบบออนไลน์

  1. การศึกษาต่อเนื่อง (Continuing Education) คือ การเรียนรู้ที่จัดขึ้นให้กับผู้ที่ต้องการและมีความจำเป็นโดยต่อเนื่องไปจากการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในรูปของหลักสูตรการเรียนรู้ทั้งแบบมีหน่วยกิตและไม่มีหน่วยกิตซึ่งไม่ใช่การศึกษาตามระบบปกติ

การศึกษาต่อเนื่องอาจมีทั้งรูปแบบการฝึกอบรมด้านอาชีพ การยกระดับทักษะฝีมือในการทำงาน รวมทั้งหลักสูตรการพัฒนาตนเองเพื่อการทำงาน และการเรียนรู้เฉพาะด้านต่างๆ โดยบุคคลทั่วไปสามารถลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรต่างๆ ที่จัดโดยภาควิชาหรือคณะการศึกษาต่อเนื่องของวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ รูปแบบการจัดการเรียนการสอนของการศึกษาต่อเนื่องอาจเป็นหลักสูตรระยะสั้นที่มีการสอนแบบชั้นเรียน การสอนแบบปฏิบัติการ หรือการสอนทางอินเตอร์เน็ตแบบ e-Learning ก็ได้ตามความเหมาะสมของเนื้อหาและหลักสูตร

สำหรับในประเทศไทยมีศูนย์การศึกษาต่อเนื่องตามมหาวิทยาลัยชั้นนำต่าง อาทิ

  • ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (www.cec.kmutt.ac.th) เสนอหลักสูตรทางเทคนิคด้านวิศวกรรม เช่น การเขียนแบบก่อสร้าง การอบรมผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำและหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน รวมไปถึงหลักสูตรสมองซีกขวา สร้างจินตนาการ โดยใช้แผนที่ความคิด เป็นต้น
  • สถานการศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยนเรศวร (http://nuce.nu.ac.th) เน้นการเสนอหลักสูตรพัฒนาตนเองเพื่อการทำงาน เช่น ทักษะการเป็นหัวหน้างานที่ครองใจคน ภาวะผู้นำเพื่อการบริหารและพัฒนาท้องถิ่น และการบริหารงานพัสดุให้ถูกต้องโปร่งใสตามมาตรฐานหน่วยงานภาครัฐ เป็นต้น
  1. การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะทางวิชาชีพ (Professional Development Training) การเรียนประเภทนี้จัดขึ้นมาสำหรับวัยทำงานเพื่อศึกษาและพัฒนาทักษะทางวิชาชีพเฉพาะด้าน หรือเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ ภาวะทางอารมณ์หรือจิตใจ ส่วนมากมาในรูปแบบหลักสูตรสั้นๆ โดยมหาวิทยาลัยภาครัฐและเอกชน หรือแม้กระทั้งศูนย์การเรียนรู้ของเอกชน เช่น
  • หลักสูตรอบรมธุรกิจระยะสั้น (Micro MBA) ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (www.cbac-chula.com/micro-mba) หรือ หลักสูตรพัฒนาผู้บริหาร (Global Mini MBA) ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (http://conc.tbs.tu.ac.th)
  • คอร์สพัฒนาบุคลิกภาพ หรือ หลักสูตรการพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำ ของสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพต่างๆ
  • โครงการ Google Ignite โครงการ Google Ignite เพื่อการเรียนรู้ด้าน Digital Marketing จาก Google โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (www.google.co.th/ignite)
  1. การเรียนรู้ตามอัธยาศัย (Selfdirected Learning) การเรียนรู้ประเภทนี้จัดว่าเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริงก็ว่าได้ เพราะขึ้นอยู่ตามความสนใจของผู้เรียนไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ก็ตาม ตั้งแต่การถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม ภาษาต่างประเทศต่างๆ ประวัติศาสตร์ศิลปะ การลงทุน ไปจนถึงดนตรีแจ๊สขั้นสูงก็ได้ ซึ่งในปัจจุบันมีแหล่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพหลากหลายประเภททั้งแบบดั้งเดิม เช่น หนังสือ และในแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ พ็อดแคส (podcast) หรือแอปพลิเคชันมือถือต่างๆ

ตัวอย่างของแหล่งการเรียนรู้ตามอัธยาศัยเพื่อเป็นแนวทางในการสืบค้นออนไลน์ทำนองเดียวกัน อาทิ

  • ภาษาอาหรับผ่าน Podcast จาก BBC Xtra (www.bbc.co.uk/programmes/p02pc9qc)
  • ประวัติศาสตร์โลกทาง Youtube ช่องต่างๆ เช่น CrashCourse (เพื่อการทบทวนเนื้อหาการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ตามหัวข้อ) History Buffs (เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านเนื้อหาภาพยนตร์) หรือ History Channel (ช่องโทรทัศน์เพื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์โดยเฉพาะ)
  • ความรู้ทั่วไปผ่านแอปพลิเคชันมือถือ เช่น แอป Curious เสนอคลิปสั้นๆ ตามหัวข้อที่สนใจให้เลือกชมในแต่ละวัน หรือแอป Curiosity ที่นำเสนอบทความหรือคลิปวิดีโอที่สร้างแรงบันดาลใจทุกวัน
  • เว็ปไซต์ด้านการลงทุนโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (www.set.or.th) หรือเพจความรู้ทางด้านการเงินบนเฟซบุ้ค เช่น aomMoney (www.fb.com/aommoneyth)
  1. การเรียนรู้ผ่านหลักสูตรออนไลน์ระบบเปิดที่รองรับผู้เรียนจำนวนมาก (Massive Open Online Courseware หรือ MOOC) เป็นทางเลือกในการเรียนรู้หลักสูตรต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงผู้เรียนจำนวนมากได้ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ โดยมีทั้งแบบเสียค่าใช้จ่ายและให้บริการฟรี โดย MOOC เป็นการนำเทคโนโลยีและวิธีการเรียนการสอนสมัยใหม่มาผสมผสานกันผ่านปรัชญาการเรียนรู้ออนไลน์ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ที่ไหนและเมื่อใดก็ได้ โดยใช้สื่อการเรียนรู้แบบปกติ เช่น วีดิโอ หนังสือ และแบบฝึกหัด ประกอบกับฟอรัม (Forum) ที่ผู้เรียนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เรียนด้วยกัน หรือกับผู้สอนและผู้ช่วยสอนได้

MOOC ส่วนใหญ่เป็นวิชาที่น่าสนใจและทันสมัยมากซึ่งออกแบบหลักสูตรโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก โดยเว็บไซต์ที่ให้บริการ MOOC ที่น่าสนใจ มีดังนี้

  • edX (www.edx.org) เป็น MOOC ที่ไม่แสวงหาผลกำไรโดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยระดับโลก เช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ร่วมกับองค์กรและบริษัทชั้นนำ โดยเสนอวิชา เช่น วิชาว่าด้วยความยุติธรรม (โดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด) สิทธิมนุษยชน: สิทธิของผู้ลี้ภัย (โดย Amnesty International) การวิเคราะห์และทำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรม Excel (โดย Microsoft) เป็นต้น
  • Coursera (www.coursera.org) เป็น MOOC ที่เสนอวิชาต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่าย ที่จัดทำหลักสูตรโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ เช่นกัน วิชาที่เสนอ อาทิ ภาษา Python เพื่อการเขียนโปรแกรมขั้นต้น (โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน) การบรรลุความสำเร็จส่วนตัวและด้านการงาน (โดยมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย) รวมไปถึง พุทธศาสนากับจิตวิทยาสมัยใหม่ (โดยมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน)
  • Future Learn (www.futurelearn.com) MOOC โดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย นำเสนอหลักสูตรออนไลน์ครอบคลุททั้งด้านธุรกิจและการจัดการ ภาษา กฎหมายและการเมือง สุขภาพและจิตวิทยา เทคโนโลยีและการเขียนโปรแกรม ไปจนถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังมี MOOC ที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น Khan Academy (www.khanacademy.org) Udacity (www.udacity.com) และ ALISON (https://alison.com)

มาถึงตรงนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าการเรียนรู้ยังมีสิ่งอื่นๆ นอกห้องเรียนอีกมากมายที่รอให้ผู้เรียนค้นหา จะด้วยตามความพึงพอใจหรือความสนใจส่วนตัว หรือด้วยเหตุผลเฉพาะด้านทั้งการเพิ่มวุฒิการศึกษาเพื่อหน้าที่การงาน หรือเพิ่มทักษะทางภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาตนเอง แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การเรียนรู้นั้นสามารถทำได้ตลอดชีวิตผ่านหลากหลายช่องทางตามความสะดวกของแต่ละบุคคล และคำกล่าวที่ว่า ไม่มีผู้ใดที่แก่เกินเรียน นั้นดูจะไม่เกินจริงเสียจริงๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s