เราจะเรียนรู้ได้อย่างไรในยุคดิจิทัลนี้?

 

เราจะเรียนรู้ได้อย่างไรในยุคดิจิทัลนี้?

             ในยุคดิจิทัลนี้ การเรียนรู้เป็นกิจกรรมที่เราต้องทำตลอดชีวิต และผู้เชี่ยวชาญสมัยใหม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วม และให้การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง และสภาพแวดล้อมในการแข่งขันของโลก แต่เราจะเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง และสร้างวิถีการเรียนรู้ที่ฉลาดกว่าได้อย่างไรล่ะ?

ทำไมเราถึงลืม? เราต้องทำความเข้าใจกับสมองของเราก่อน

             ในตอนที่ฉันเรียนอยู่มหาวิทยาลัยหรือในตอนที่ฉันต้องการเรียนรู้บางสิ่งกับงานใหม่ๆ ฉันเคยดื่มกาแฟเป็นปริมาณมาก และใช้เวลาทั้งคืนในการอ่านหนังสือ ไม่กี่วันต่อมาฉันก็ลืมในสิ่งที่ฉันเคยอ่านไป ฉันมาค้นพบทีหลังว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ฉลาดเอาซะเลย เพราะสมองของเราไม่สามารถทำงานได้แบบนี้ สมองของเราไม่สามารถทำงานได้เหมือนกับคอมพิวเตอร์ เราไม่สามารถเก็บข้อมูลในสถานที่ที่จำกัดและนำมันออกมาใช้ได้ในเวลาที่ต้องการ

แล้ววิธีไหนล่ะที่จะเป็นวิธีที่ฉลาดกว่าในการเรียนรู้? ก่อนที่เราจะเรียนรู้เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเรามีกระบวนการลืมของสมองอย่างไร การศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วโลกที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์บอกมาว่าสมองของเราจะลืมสิ่งที่เราเคยเรียนรู้ภายใน 2 วันมากกว่า 70%  ถ้าคุณจำไม่ได้ว่าคุณทำอะไรได้บ้าง ก่อนรับประทานอาหารกลางวัน 2 วันก่อน ไม่ต้องตกใจเลยเพราะมันเป็นเรื่องปกติมาก ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำระยะสั้นและไม่ได้แปลงเป็นหน่วยความจำระยะยาว นอกจากนี้วิทยาศาสตร์ทำให้เราเห็นว่าสมองของเราจำกัดการเรียนรู้ข้อมูลใหม่ 5 – 7 ชิ้นในเวลาเดียวกัน นี่เป็นข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์แก่เราในการเรียนรู้ได้ดีขึ้น และเราจะได้สร้างวิธีที่ฉลาดกว่าในการเรียนรู้

เราเรียนรู้จากวิทยาศาสตร์อย่างไร?

             เมื่อสร้างวิธีที่ชาญฉลาดในการเรียนรู้ เราต้องคำนึงถึงวิธีการทำงานของสมอง และข้อจำกัดที่เรามีอยู่ซะก่อน ถ้าเรารู้ว่าสมองของเราไม่สามารถจัดเก็บ ข้อมูลและเรียกข้อมูลจำนวนมากออกมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลาสั้นๆ การอ่านหนังสือทั้งคืน และอ่านซ้ำไปมามันเลยเป็นสิ่งที่ทำให้เราเรียนรู้ได้ยาก และไม่เป็นวิธีที่ฉลาดเท่าไหร่

เพื่อที่การเรียนรู้ได้ดีขึ้น เราจะต้องโน้มน้าวสมองของเราว่าข้อมูลที่เราต้องการเรียนรู้นั้นเป็นสิ่งสำคัญ และวิธีที่เราจะใช้นั่นก็คือการทบทวนข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะๆ สมองจะรวบรวมและให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ดูสำคัญ ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณเรียนรู้ได้ดีขึ้นและจำได้มากขึ้นกว่าเดิม หลักการพื้นฐานง่ายๆและสามารถนำไปใช้งานแบบง่ายๆ คือ ถ้าคุณต้องการเรียนรู้บางสิ่ง ให้คุณคุณฝึกฝนและทำซ้ำๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถทำได้ ในแง่วิทยาศาสตร์เราเรียกสิ่งนี้ว่า “Spacing Effect” (การใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ) อย่างไรก็ตามคุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ของคุณโดยวิธีการแบ่งพื้นที่การใช้งานของสมองซ้ำๆ การใช้ช่วงเวลาที่เหมาะสมและการเรียนรู้ซ้ำๆ สามารถช่วยเพิ่มความรู้ได้มากถึง 150% ปรากฏการณ์ของ “Spacing Effect” เป็นแนวทางในการเรียนรู้ที่ดี ,แล้วมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ที่พึ่งเกิดขึ้นบนโลกใบนี้แต่อย่างใด ด้วยการวิเคราะห์จากจำนวน 317 การทดลองในบทความวิชาการ 184 ชิ้น แสดงให้เห็นว่า “Spacing Effect” ทำให้เราเรียนรู้ได้ดีขึ้นมากเมื่อเืียบกับการศึกษาแบบเดิมๆ

แล้วเราจะเรียนรู้ได้อย่างไรในยุคดิจิทัลนี้?

             ผู้เชี่ยวชาญด้านยุคใหม่ในยุคดิจิทัลสามารถเข้าถึงได้ และจำเป็นต้องเรียนรู้ข้อมูลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เราสามารถสรุปได้ว่า วิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้คือระบุข้อมูลที่คุณต้องการเรียนรู้ และโน้มน้าวสมองของคุณว่าข้อมูลนี้มีความสำคัญต่อตัวคุณ โดยการทบทวนข้อมูลเหล่านั้นตามปกติ ที่ Inmotus เรากำลังสร้างระบบการเรียนรู้ ที่จะช่วยให้คุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ และช่วยให้คุณเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น

Khibar Rassul

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s