5 กลยุทธ์สร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง แล้วคุณล่ะมีหรือยัง?

อย่างที่เรารู้กันดีกว่าไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เป็นช่วงปีที่เศรษฐกิจของเรามีการเปลี่ยนแปลง และมีการแข่งขันที่ท้าทายมากขึ้น ถ้าคุณกำลังมองหากลยุทธ์ในการทำธุรกิจขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต้องใช้ในองค์กรแล้ว วันนี้เรามีคำตอบมาให้กับคุณแล้ว โดยกลยุทธ์ทั้ง 5 อย่างนี้จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณมองเห็นภาพรวมของบริษัทหรือองค์กรได้มากขึ้นว่า องค์กรของคุณนั้นมีความพร้อมที่จะก้าวต่อไปหลังจากครึ่งปีของ 2017 นี้หรือไม่? ถ้าพร้อมแล้วเรามาสำรวจคำตอบที่นักกลยุทธ์จะต้องมีกันเลยดีกว่า

1. เครื่องมือสื่อสารที่คนเราใช้มากที่สุดก็คือมือถือ

เพราะฉะนั้นให้คุณคิดถึงการทำสื่อให้เป็น mobile friendly ตั้งแต่ปี 2015 การวิจัยแสดงให้เราเห็นว่าคนเราใช้สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ในการเข้าถึงสื่อออนไลน์ ทำให้เราคาดการณ์ได้ว่ามือถือจะเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปีต่อๆ มา ซึ่งยังทำให้เราเห็นด้วยว่ามือถือ และแท็บเล็ตมีราคาที่ลดลง โดยในปี 2017 นี้มีผู้คนมากถึง 2.97 พันล้านคนทั่วโลกใช้มือถือในการเข้าอินเตอร์เน็ตซึ่งคิดเป็น 91% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต

เพราะฉะนั้นถ้าหากเว็บไซต์ของคุณไม่มีการทำงานแบบ mobile friendly ให้คุณทำการแก้ไขมันในตอนนี้เลย เพราะมากกว่าครึ่งของผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณเปิดดูจากมือถือนั่นเอง คุณจะต้องทำให้เว็บเพจหรือการทำการตลาดของคุณสามารถเข้าถึงบนมือถือได้ง่าย และคิดถึงมือถือมาเป็นอันดับแรก อีกทั้งคุณจะต้องใช้ application, QR code และอื่นๆให้เป็นประโยชน์ แล้วให้คุณตั้งคำถามให้กับตัวเองอยู่เสมอเพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของคุณได้รับประโยชน์จากการใช้มือถือในการเข้าถึงสื่อของคุณ อีกทั้งมันยังช่วยทำให้คุณทำการตลาดกับลูกค้าท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

2. ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า

ในตอนนี้ลูกค้าจะเป็นผู้ตัดสินใจได้เองว่าสิ่งที่พวกเขาได้รับมานั้นมีค่ามากกว่าเงินในกระเป๋าที่พวกเขาจ่ายไปหรือไม่ ในยุคนี้เป็นยุคที่ลูกค้ามีอำนาจมากเลยทีเดียวล่ะ เพียงแค่การแสดงความคิดเห็นที่ไม่พอใจบนสื่อสังคมออนไลน์สามารถสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจได้หลายล้านบาท และเพียงแค่การรีวิวเพียง 1 รีวิวนั้นสามารถทำนายอนาคตของร้านอาหาร และมันยังมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุนจากนักลงทุนที่จะมาร่วมหุ้นกับคุณได้เลยทีเดียว

แล้วนี่คือเหตุผลว่าทำไมในปี 2017 นี้คุณควรนำเอากลยุทธ์มาใช้ในธุรกิจเพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้แล้ว ซึ่งกลยุทธ์ วันนี้ประกอบไปด้วย

– การรับฟังความคิดเห็น หรือการตอบรับจากลูกค้าเป็นรายบุคคลเพื่อให้คุณกับลูกค้าสื่อสารกันได้โดยตรง

– ปรับแต่งประสบการณ์ สินค้า และการบริการให้เข้ากับลูกค้าในแต่ละประเภทเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ใกล้มากขึ้น

– กระตุ้นให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นมิตร ให้คุณสร้างความรู้สึกของการเป็นเจ้าของ และทำให้ลูกค้ากลับมาหาคุณมากขึ้น โดยคุณจะต้องให้รางวัลกับลูกค้าที่มีความภักดี และแน่ใจว่าคุณได้รับการรีวิวในเชิงบวกจากลูกค้าของคุณ

– ให้ความสนุกสนาน การให้ความสนุกสนานหรือบันเทิงนั้นเป็นวิธีที่ดีในการสร้าง brand awareness  อีกทั้งยังเป็นการดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่และรักษาลูกค้าหน้าเก่าเอาไว้ได้

 

3. ทำทุกอย่างให้มันง่ายแบบเบสิค

คุณไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่ล่าตามกระแสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้เสมอไป ในปี 2017 นี้เป็นปีที่กลุ่มเจ้าของธุรกิจเล็กๆ สามารถมองเห็นภาพรวม และสามารถผสมผสานการทำการตลาดได้โดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ ให้เข้ากันได้ เช่น การส่งอีเมลไปให้ลูกค้าโดยตรงพร้อมกับทำโฆษณาบน facebook รวมถึงคุณยังสามารถทำ content marketing โดยใช้ SEO และระบบการจัดการลูกค้าแบบอัตโนมัติมาทำงานร่วมกันได้

การตลาดดิจิทัลในปีนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งการส่งเสริมการขายนั้นก็จะเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเริ่มแรกนั้นคุณจะต้องกลับไปทำในสิ่งที่เบสิคๆ ง่ายๆ ก่อน เช่น การประเมินกลุ่มผู้เข้าชมใหม่ที่เข้ามาดูเนื้อหาสินค้าของคุณเพื่อเปลี่ยนให้พวกเขามาเป็นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าของคุณอย่างจริงจัง

 

4. Content จะกลายเป็นสินค้าของคุณ

Content หรือเนื้อหานั้นจะไม่ใช่ตัวหนังสือหรือรูปภาพบนเว็บไซต์ แต่มันคือข้อมูลที่ผู้เข้าชมกำลังมองหาและในความเป็นจริงนั้นเนื้อหาเหล่านี้ก็คือสินค้าของคุณนั่นเอง เพราะฉะนั้นมันก็หมายความว่ายิ่งองค์กรของคุณสร้างเนื้อหาออกมาได้ดีเท่าไหร่มันก็จะช่วยทำให้ลูกค้ามองเห็นคุณค่าของแบรนด์มากขึ้นเท่านั้น

ในการสร้างเนื้อหาเพื่อการสร้างแบรนด์นี้ทุกบริษัทหรือทุกองค์กรสามารถให้ผู้ใช้มาเป็นหนึ่งในส่วนหนึ่งของการเพิ่มประสบการณ์ในการใช้สินค้าได้ โดยคุณสามารถติดต่อกลุ่มผู้ใช้โดยใช้ content เป็นตัวช่วยในการสื่อสารทำให้ลูกค้าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของคุณให้มากขึ้นผ่านทางช่องทางการติดต่อต่างๆ

 

5. ลงทุนเพื่อการฝึกฝนและเพื่อการศึกษา

จากการวิจัยในปีพ.ศ 2013 ทำให้เราเห็นว่าในต่างประเทศซึ่งนั่นก็คือประเทศสหรัฐอเมริกานั้น มีการใช้จ่ายเพื่อฝึกฝนให้บุคลากรในองค์กรมีทักษะที่ดีขึ้นมากถึง 15 เปอร์เซ็นต์โดยเป็นจำนวนเงินมากกว่า 70 พันล้านดอลลาร์ และสำหรับทั่วโลกมีการใช้จ่ายไปเพื่อการฝึกฝนให้กับบุคลากรในองค์กรมากถึง 130 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งนี่เป็นตัวชี้วัดที่ดีของกิจกรรมทางเศรษฐศาสตร์ และยังทำให้เรารู้ได้ด้วยว่าองค์กรต่างๆ มีการแข่งขันทางด้านทักษะกันมากขึ้น และนักธุรกิจเองก็ต้องการเพิ่มศักยภาพของตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

ในขณะที่ภาพรวมของการวิจัยนี้ทำให้เราเห็นว่าบริษัท และองค์กรต้องการเพิ่มทักษะในการทำงานให้กับทีมงาน แต่องค์กรนั้นก็ควรจะมั่นใจด้วยว่าลูกจ้างที่พวกเขาจ้างมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ได้เพิ่มทักษะ และให้การศึกษาไป ซึ่งนอกจากการเพิ่มทักษะหรือการศึกษาจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับลูกจ้างแล้วมันยังเป็นการช่วยทำให้ลูกจ้างมีวิสัยทัศน์ในการทำงานที่ดีให้ตรงกับองค์กรได้อีกด้วยเช่นกัน แล้วคุณล่ะได้เห็นความสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของลูกจ้างแล้วหรือยัง?

ในฐานะนักธุรกิจหรือนักกลยุทธ์จะเห็นได้ว่าโลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าเทคโนโลยี และข้อมูลนั้นกระจายไปอย่างรวดเร็วทั่วโลก ซึ่งคุณจะต้องมีกลยุทธ์เพื่อปราบศึกสงครามการแข่งขันบนโลกแห่งเทคโนโลยีนี้เอาไว้ให้ดี นอกจากทั้ง 5 กลยุทธ์เหล่านี้คุณสามารถนำกลยุทธ์ที่คุณมีอยู่ในองค์กรมาปรับใช้เพื่อให้องค์กรของคุณสามารถปรับตัวได้เร็วขึ้นได้ และช่วยให้เจ้าหน้าที่ พนักงาน ทีมงานในองค์กรสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องทิ้งกลยุทธ์เก่าไปได้อีกด้วย

 

Image link: http://savvyhomeblog.com

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s