Co-branding เทคนิคเพิ่มช่องทางการตลาดที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณอยู่รอด

เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าการทำธุรกิจในสมัยนี้จะต้องเจอคู่แข่งเยอะ แต่ไม่ใช่แค่จำนวนของคู่แข่งที่เยอะเท่าไหร่ แต่ศักยภาพของคู่แข่งที่เราจะต้องเจอนั้นก็เป็นคู่แข่งตัวฉกาจที่เรามองข้ามไปไม่ได้เลยทีเดียว วันนี้ Inmotus เราเลยอยากมาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเอาตัวรอดในการทำธุรกิจในสมัยนี้ด้วยการใช้กลยุทธที่เรียกว่า Co-branding เข้ามาช่วยในการทำตลาด ซึ่งเรื่องราวที่เราจะบอกต่อไปนี้จะตื่นเต้นแค่ไหนเรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

คุณรู้จัก “Co-branding” แล้วหรือยัง?

การทำ Co-branding เป็นการร่วมมือของแบรนด์ 2 แบรนด์เพื่อทำกิจกรรมทางการตลาดหรือทำแคมเปญออกมาเพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่มีร่วมกันรับรู้หรือรู้จักมากที่สุด ซึ่งนอกจากการทพ Co-branding จะช่วยสร้างการรับรู้จักแบรนด์หรือ Brand awareness แล้วนั้นยังช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้กับแบรนด์ของตัวเองจากอีกแบรนด์หนึ่งที่เป็น Partner ได้

“Co-branding” ให้อะไรกับธุรกิจ?

Co-branding ไม่ได้เพียงแค่ทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ของทั้ง 2 แบรนด์มากยิ่งขึ้น แต่การทำ Co-branding ยังช่วยทำให้ลูกค้าของอีกแบรนด์หันมาสนใจซื้อสินค้าของแบรนด์ Partner ได้ ซี่งถ้าหากแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่มากพอก็จะช่วยหีอีกแบรนด์มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าหากว่าทั้งสองแบรนด์เองมีฐานกลุ่มค้าที่แน่นด้วยกันทั้งสองแบรนด์ก็จะเป็นการแชร์ฐานลูกค้าร่วมกันได้ โดยการทำ Co-branding นั้นเป็นการขยายตลาดที่นิยมใช้กันทั่วโลก ไม่ว่าจะแบรนด์เล็กหรือว่าแบรนด์ใหญ่ต่างก็ให้กลยุทธนี้ในการหาตลาดให้กับตัวเอง แล้วไม่ต้องใช้ทุนเยอะเพื่อทำการตลาดด้วยตัวเองเพราะทั้งสองแบรนด์สามารถแชร์ค่าใช้จ่ายร่วมกันได้

ตัวอย่างการทำ “Co-branding” ระดับโลกที่คุณจะต้องรู้จัก

วันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก Louis Vuitton และ Supreme ใช่ไหมคะ? แต่ถ้าหากว่าคุณไม่รู้จักทั้ง 2 แบรนด์นี้ล่ะก็เราอยากให้คุณลองหาข้อมูลของแบรนด์ทั้งสองแบรนด์นี้ดูค่ะว่าความยิ่งใหญ่ของแบรนด์นี้ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลกเลยทีเดียวล่ะ และทั้ง 2 แบรนด์นี้ก็ได้ร่วมมือกันในการทำ Co-branding โดยเอาตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ตัวเองไปใช้ร่วมกันบนสินค้า ซึ่ง Louis Vuitton เป็นแบรนด์สินค้าหรูหราฟุ่มเฟือย ส่วน Supreme ก็เป็นแบรนด์สินค้าทั้งเสื้อผ้ารองเท้าสไตล์ Street ซึ่งกลุ่มลูกค้าก็เป็นชาว Street ที่ชอบความทันสมัยเท่ห์ๆ เมื่อ 2 แบรนดี้ได้มาทำ Co-branding ร่วมกัน กลุ่มลูกค้าของทั้งสองแบรนด์จึงให้ความสนใจและเข้าไปซื้อสินค้าของแบรนด์ Partner มากขึ้น ทำให้ Louis Vuitton ได้ลูกค้าจาก Supreme  และส่วน Supreme เองก็ได้กลุ่มลูกค้าที่หลงใหลในความหรูหราจาก Louis Vuitton มานั่นเองค่ะ

“Co-branding” ในประเทศไทยที่คุณเองก็รู้จัก

สำหรับชาวกรุงและชาวไทยหลายคนที่อยู่ในสังคมเมืองนั้นจะต้องรู้จักห้างสรรพสินค้าที่ชื่อว่า Central ใช่ไหมล่ะคะ? ไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯ หรือว่าตามหัวเมืองของภูมิภาคต่างๆ คุณจะต้องเคยเดินเข้าห้างนี้เป็นอย่างแน่นอน แล้วคุณรู้ไหมคะว่า Central ได้ร่วมมือกับ JD.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่รายหนึ่งของประเทศจีนเพื่อเพิ่มช่องทางในการขายและเพิ่มความสะดวกสบายในการชำระเงินให้กับลูกค้าในประเทศไทยและประเทศจีน โดยทั้งสองแบรนด์นี้ได้ทำ Co-branding ด้วยกันเพื่อสู่กับ Alibaba ที่เป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการ E-commerce ส่วน Central เองก็เป็นเจ้าของธุรกิจค้าปลีกอันดับหนึ่งของประเทศไทยเหมือนกัน แล้วนี่ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการทำ Co-branding ของไทยเราเพื่อต่อสู่กับยักษ์ใหญ่ และเพิ่มช่องทางของตลาดนั่นเองค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ? Co-branding เป็นกลยุทธที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวใช่ไหมล่ะคะ? แถมยังช่วยลดต้นทุนทางการตลาดไปได้เยอะเลยล่ะถ้าเปรียบเทียบว่าเราจะต้องทำการตลาดด้วยตัวเอง ถ้าชอบเรื่องราวดีๆ แบบนี้อย่าลืมบอกต่อ Share ให้โลกรู้ไปเลยนะคะ และในวันอื่นๆ เราจะมีอะไรมาเล่า ก็อย่าลืมติดตามเป็นกำลังใจให้ Inmotus ด้วยนะคะ

 

Image link: https://pixel.nymag.com

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s