เปลี่ยนมุมมองแบบ พนักงาน(ธรรมดา) ให้เป็นมุมมองของ ผู้บริหาร(ที่ชาญฉลาด)

เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ ว่าเมื่อไหร่ที่เราสามารถเปลี่ยนความคิดได้หรือเปลี่ยนมุมมองได้คุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการ แล้วถ้าหากว่าคุณอยากได้ในสิ่งที่คุณต้องการ แต่คุณยังใช้วิธีการเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ และมุมมองแบบเดิม คุณก็จะได้สิ่งเดิม เพราะบางครั้งสิ่งที่คุณต้องการนั้นคุณอาจจะต้องเปลี่ยนมุมมองและเปลี่ยนแนวคิดใหม่เพื่อให้ตัวเองพร้อมรับสิ่งที่คุณต้องการ เช่นเดียวกับการทำงานค่ะในขณะที่หลายคนต้องการเลื่อนตำแหน่งตัวเองให้สูงขึ้น แต่ยังมีมุมมองและแนวคิดเดิมๆ ที่ทำให้ตัวเองไม่เกิดการพัฒนา การเลื่อนตำแหน่งหรือสร้างความก้าวหน้าให้กับตัวเองจึงไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาดูกันเลยดีกว่าเขาว่าการที่จะขยับตัวเองให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นหรือได้รับความก้าวหน้าในอาชีพนั้นจะต้องมีมุมมองแบบไหนกันบ้าง?

  1. ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักจะต้องใช้เวลา และความทุ่มเทอย่างหนัก

หลายคนคิดว่าความสำเร็จสามารถสร้างขึ้นได้ในระยะเวลาที่สั้น หรืออาจจะไม่ต้องทุ่มเทอะไรมาก แล้วก็มีอีกหลายๆ คน ที่อยากจะได้งานทำดีๆ และสร้างความก้าวหน้าให้กับตัวเอง ซึ่งคิดว่างานบังงานนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ความทุ่มเทอะไรมากมายเพียงแค่ชี้นิ้วสั่งก็ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการมา แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นงานไหนก็แล้วแต่ที่จะเกิดความสำเร็จได้จะต้องใช้เวลาและใช้ความทุ่มเทในการทำงานอย่างหนักเพื่อให้เกิดความสำเร็จขึ้น บางคนอาจจะเริ่มต้นทำได้แต่หลังจากที่เริ่มต้นกลับไม่ทำต่อหรือไม่มีความต่อเนื่องในการทำงาน ซึ่งความสำเร็จที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมก็อาจจะกลายเป็นความสำเร็จที่อยู่ห่างไกลออกไปก็ได้ โดยเฉพาะการทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นนั้นคุณก็จะต้องแลกด้วยการทำงานอย่างหนัก และจะต้องมีประสบการณ์ในการทำงานมากพอเพื่อให้ความสามารถของคุณอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้ ซึ่งเราจะเห็นโดยทั่วไปว่าผู้บริหารในตำแหน่งสูงนั้นจะเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาอย่างมากมาย ซึ่งสิ่งที่พวกเขาแลกมากับตำแหน่งที่ได้ก็คือการใช้เวลา และการใช้ความพยายามที่พวกเค้ามีทั้งหมดนั่นเอง

  1. การทำงานแบบทีมเวิร์คจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่า และดีกว่าการทำงานตัวคนเดียว

ในสมัยนี้เป็นสมัยที่เราไม่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองทั้งหมด เพราะคู่แข่งของคุณกำลังไล่ล่าสูสีหรืออาจจะกำลังแซงคุณไปก็ได้ เพราะฉะนั้นการที่จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเกิดขึ้นได้เร็วกว่าและดีกว่านั่นก็คือการหาทีมเวิร์คที่ดีให้กับตัวเอง ด้วยเราจะเห็นได้ว่าในการทำงานขององค์กรใหญ่ๆ นั้นจะมีการแบ่งฝ่ายของพนักงานแต่ละแผนก นั่นก็เป็นเพราะว่าผู้บริหารรู้ว่าตนเองไม่สามารถทำงานได้ด้วยตนเองทั้งหมด ซึ่งการที่จะทำงานให้ได้ทั้งหมดในระยะเวลาที่ถูกกำหนดเอาไว้หรือให้ตรงตามเป้าหมายนั่นก็คือการใช้ทีมเวิร์คเข้ามาเป็นมือซ้ายมือขวาที่คอยจัดการงานต่างๆ ให้ แล้วถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีทักษะในการทำงานหลายด้านอย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าคุณจะสามารถแบกรับภาระทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง เพราะตัวของคุณเองก็ต้องการได้รับการพักผ่อนและการผ่อนคลาย เมื่อไหร่ที่คุณหักโหมงานมากจนเกินไปด้วยตัวเองก็จะทำให้งานที่ได้มานั้นเป็นงานที่ไร้ประสิทธิภาพ แต่ถ้ามีทีมเวิร์คหรือคู่หูที่คอยช่วยเหลือการทำงานของคุณให้ราบรื่นมากกว่าเดิมมันเป็นเรื่องที่ดีกว่าแน่นอน

  1. ความคิดสร้างสรรค์เป็นตัวนำทางการทำงาน

บริษัทโค้กบริษัท และองค์กรทุกองค์กรนั้นต้องการจ้างพนักงานหรือเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายให้มาทำงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่องค์กรแต่ละองค์กรได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งคุณจะต้องทำความเข้าใจด้วยว่าพนักงานมีความคาดหวังที่จะได้ผลตอบแทนในการทำงานจากองค์กร แต่คุณก็ไม่ควรลืมว่าองค์กรที่กำลังจ้างคุณอยู่นั้นก็มีความคาดหวังที่จะให้คุณแสดงศักยภาพของตนเองออกมาในการทำงานเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณก้าวไปในที่ทำงานให้คุณตั้งใจทำมันให้ถึงที่สุด และใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และความสร้างสรรค์ที่คุณมีนั้นจะช่วยให้คุณสามารถมองเห็นลู่ทางในการทำงานด้านอื่นๆ หรือต่อยอดศักยภาพที่ตัวของคุณเองมีอยู่ให้มากขึ้นได้ ด้วยความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้ล่ะค่ะจะทำให้คุณกลายเป็นผู้บริหารที่ดีได้ในอนาคต

  1. มีมิตรสหายดีกว่ามีศัตรู

เมื่อไหร่ก็ตามที่การทำงานของคุณเกิดปัญหาขึ้นหรือตัวของคุณเองไม่สามารถจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด สิ่งที่คุณจะต้องมองหานั่นก็คือมิตรสหายที่อยู่รอบข้างของคุณ เพราะพวกเขาจะเป็นคนที่สามารถให้ความช่วยเหลือแก่คุณได้ในสถานการณ์ที่คุณต้องการ ไม่ในวันนี้ก็วันหน้าซึ่งมันจะต้องมีวันหนึ่งที่คุณจะได้ร่วมงานกับมิตรสหายรอบข้างที่รู้จักกับคุณ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีมากกว่าที่จะให้พวกเขาเป็นศัตรู เพราะแม้กระทั่งบริษัทหลายบริษัทที่มีอยู่บนโลกใบนี้ต่างก็มีคู่แข่งกันอย่างมากมาย แต่สิ่งที่พวกเขาแก้ไขและเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสนั่นก็คือการเปลี่ยนเปลี่ยนคู่แข่งของตัวเอง ให้กลายมาเป็นพันธมิตร ซึ่งเมื่อไหร่ที่บริษัทเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลือหรือต้องการขยายศักยภาพการทำงานของตัวเองให้ไปไกลกว่าเดิมพวกเค้าจะใช้พันธมิตรเหล่านี้ในการเป็นผู้ช่วยและแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งมันดีกว่าการที่คุณจะต้องต่อสู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองซึ่งบางทีคุณอาจจะได้ผลตอบแทนที่น้อยกว่าการที่ให้เหล่าพันธมิตรของคุณมาช่วยก็ได้

  1. โฟกัสที่เป้าหมายมากกว่าการมองเห็นเพียงแค่อุปสรรค และปัญหา

เมื่อไหร่ที่เกิดปัญหาขึ้นคุณจะต้องตามหาคนผิดใช่หรือเปล่าคะ? ถ้าหากว่าใช่ คุณควรจะเปลี่ยนความคิดและมุมมองของตัวเองใหม่ซะ เพราะในระหว่างที่เกิดปัญหาแล้วคุณใช้เวลาในการไล่ล่าหาคนผิดนั้นจะทำให้คุณเสียเวลาไปกันใหญ่ แทนที่ปัญหาที่เกิดขึ้นมานั้นจะถูกแก้ไขให้จบสิ้นไปแต่ปัญหายังคงอยู่ เพราะคุณเสียเวลาไปกับการหาคนที่เป็นสาเหตุของปัญหานั้นเอง แต่ถ้าหากว่าเมื่อไหร่ที่เกิดปัญหาขึ้นแล้วคุณใช้เวลาที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหา ผลเสียและผลกระทบที่ตามมาจะลดน้อยลงและทำให้คุณมีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้น การตามหาคนผิดนั้นมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ถ้าหากว่ามันทำให้คุณเสียเวลามากกว่าเดิมก็ไม่เห็นจะต้องใส่ใจเลยว่าใครเป็นคนทำผิด แต่สิ่งที่คุณควรกำหนดนั่นก็คือการที่ทำให้ปัญหาเดิมเดิมๆ ไม่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วหลายๆ ครั้งที่เกิดปัญหาขึ้นหรือมีอุปสรรคในการทำงานให้คุณมองว่าเจ้าปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องเกิดขึ้นในการทำงานอยู่แล้ว ไม่มีการทำงานใดๆ ที่จะไม่มีปัญหา แต่อยู่ที่ว่าหลังจากคุณได้เริ่มต้นลงมือปฏิบัติงานแล้วนั้นคุณจะมองที่ปัญหาหรือมองที่เป้าหมายมากกว่ากัน

แน่นอนคำว่า ว่าการที่เราจะเปลี่ยนจาก พนักงานธรรมดาให้กลายเป็นผู้บริหารที่ชาญฉลาดได้นั้น จะต้องมีความคิดและทัศนคติที่มากกว่า 5 ข้อ นี้ ถ้าหากว่าคุณมีแนวคิด และมุมมอง 5 ข้อ นี้อยู่ในการทำงาน คุณก็มีโอกาสที่จะเลื่อนตำแหน่งตัวเองให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นได้ เพราะมุมมองทั้ง 5 ข้อเป็นมุมมองหลักในการทำงานที่ผู้บริหารหลายคนจะต้องมี

สำหรับคนอื่นอื่นเราจะมีบทความอะไรมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณได้นำไปใช้ อย่าลืมติดตามกันนะคะ แล้วมาเก็บเกี่ยวเรื่องราวดีๆแบบนี้ด้วยกันที่ Inmotus

 

Image link: https://cdn.lynda.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s