สร้าง “พลังการบอกต่อ” (Advocacy) ต้อง Focus ที่ใครบ้าง?

ในการสร้างแบรนด์ขึ้นมาแบรนด์หนึ่งนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป โดยเฉพาะในปัจจุบันที่โลกของเราหมุนไปด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่รวดเร็วทำให้แบรนด์แต่ละแบรนด์มีคู่แข่งเกิดขึ้นอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันภายในหรืออาจจะเป็นการแข่งขันภายนอกแบรนด์ด้วย แต่มีสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากเลยทีเดียวค่ะที่จะทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักกันได้อย่างกว้างขวาง นั่นก็คือการสร้าง “พลังแห่งการบอกต่อ” หรือในภาษาอังกฤษที่เราเรียกว่า “Advocacy” นั่นเอง แต่การที่คุณจะสร้างพลังแห่งการบอกต่อนั้นเป็นเรื่องที่คุณจะต้องใส่ใจ แล้วควรรู้ว่าคุณจะต้องโฟกัสที่กลุ่มเป้าหมายกลุ่มใดบ้างเพื่อให้พวกเขาเหล่านี้เป็น “ผู้บอกต่อ” ให้กับแบรนด์ของคุณ

วันนี้เราจะเอาความรู้ได้ดีที่นักการตลาดออนไลน์และผู้บริหารยุคใหม่จะต้องรู้ เพื่อสร้างแบรนด์ของคุณให้เป็นที่รู้จัก ด้วยหลักสูตรออนไลน์ของ Inmotus ที่ชื่อว่า ‘จากการตลาด 3.0 มุ่งสู่การตลาด 4.0’ จากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำการตลาดออนไลน์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มาบอกให้คุณได้รู้กันค่ะ เอาล่ะค่ะ…อย่ารอช้าเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ากลุ่มแต่ละกลุ่มที่คุณควรจะโฟกัสนั้นมีกลุ่มไหนบ้างเรามาหาคำตอบไปพร้อมกันเลยดีกว่า

Y : Youth (กลุ่มวัยรุ่น)

Youth คือใคร?

เราสามารถแปลความหมายของกลุ่มนี้ได้ตรงตัวเลยเขาว่าพวกเขาก็คือกลุ่มวัยรุ่นนั่นเอง โดยกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้สามารถรวมไปถึง Gen Y ที่มีอายุช่วง 20 ปี ต้นๆ อีกด้วย ซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นกลุ่มคนสมัยใหม่ที่มีความคิด และมีการใช้ชีวิตประจำวันที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารตลอดเวลา ไม่ว่าพวกเขาจะค้นหาข้อมูลหรือไม่ว่าจะติดต่อสื่อสารพวกเขาก็จะใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในชีวิตของพวกเค้า

เพราะอะไรต้องเลือกกลุ่ม Youth?

อย่างที่เรารู้กันดีค่ะว่าในยุคนี้เป็นยุคที่พฤติกรรมของคนเราแทบจะทุกคนบนโลกถูกขับเคลื่อนไปด้วยเทคโนโลยีแห่งการสื่อสาร โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y  หรือกลุ่มวัยรุ่นพวกเขาเกิดมาพร้อมพร้อมกับเทคโนโลยีพวกนี้โดยเราสามารถเรียกพวกเขาได้ว่าเป็น Digital Native เลยก็ว่าได้ แล้วพวกเขาก็เป็นกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมในการใช้เครื่องมือการสื่อสารเช่น โทรศัพท์ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเค้า เพราะฉะนั้นการสร้าง Engagement กับกลุ่ม Youth ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ โดยคุณสามารถสร้างแรงดึงดูดให้เกิดขึ้นในตัวแบรนด์ของคุณให้ได้แล้วเมื่อไหร่ที่กลุ่ม Youth ได้รับรู้ข่าวสารหรือสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดนั้นก็จะทำให้เกิดการบอกต่อได้ไม่ยาก

W : Women (กลุ่มผู้หญิง)

Women คือใคร?

เราสามารถแปลความหมายได้ตรงตัวเลยเขาว่าคนกลุ่มนี้ก็คือกลุ่มคนที่เป็นผู้หญิงนั่นเอง ด้วยผู้หญิงเป็นเพศที่ชอบบอกต่อหรือชอบกระจายข่าวสารในสิ่งที่ตัวเองรู้ ซึ่งแตกต่างกับเพศชายที่จะไม่ค่อยบอกเล่าเรื่องราวหรือบอกต่ออะไรมากมายนัก เป็นเพศหญิงแล้วเราก็ข่าวสารที่พวกเธอมีอยู่ในมือหรือเป็นสิ่งที่พวกเธอรู้อยู่นั้นจะถูกกระจายออกไปให้คนรอบข้างหรือเพื่อนสาวของพวกเธอได้รับรู้อย่างรวดเร็วแน่นอน

เพราะอะไรต้องเลือกกลุ่ม Women?

คุณรู้หรือไม่ว่าประชากรที่อยู่บนโลกเป็นประชากรที่เป็นเพศหญิงจำนวนมาก และเป็นจำนวนที่มากกว่าเพศชายด้วยซ้ำ จึงทำให้กลุ่มผู้หญิงเป็นกลุ่มที่เรายกให้เป็น Tough Buyer ในตลาดของโลกเลยทีเดียว แต่กลุ่มคนนี้เป็นกลุ่มคนที่น่าสนใจไม่ใช่เพราะว่าเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากเท่านั้น แต่เป็นพวกที่จะต้องค้นหาข้อมูลของสินค้าก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจซื้อทุกครั้ง เพราะฉะนั้นคุณสามารถให้ข้อมูลแก่พวกเค้าผ่านทางช่องทางการสื่อสารหรือ Social Media ที่เป็นสื่อเข้าถึงได้ง่าย และสามารถทำให้กลุ่มผู้หญิงแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ไปยังกลุ่มอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย โดยคุณสามารถให้อำนาจในการกระจายข่าวสารนี้เป็นหน้าที่ของผู้หญิงได้เลย เพราะพวกเค้าเป็นเพศที่กระจายข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว แล้วจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน นอกจากนี้คุณยังสามารถให้การบริการติดตาม หรือให้การแจ้งเตือน เกี่ยวกับสินค้าหรือการบริการของคุณแก่ผู้หญิงได้

N : Netizen (กลุ่มพลเมืองอินเตอร์เน็ต)

Netizen คือใคร?

บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Netizen คือกลุ่มคนประเภทไหน แต่วันนี้คุณจะต้องรู้จักพวกเขาเหล่านี้ ถ้าเราแปลตามความหมายพวกเขาก็คือกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่าพลเมืองอินเตอร์เน็ตนั่นเองค่ะ โดยกลุ่มคนพวกนี้เขาจะมีปฏิสัมพันธ์หรือ Engagement กับแบรนด์ของคุณอยู่แล้ว เช่นกลุ่มคนที่เข้าไปกด Follow, Subscriber บนช่องทางการติดต่อของแบรนด์ หรืออาจจะเป็นกลุ่มคนที่เข้าไป Share หรือ Comment บน Social Media ของแบรนด์คุณนั่นเองค่ะ

เพราะอะไรต้องเลือกกลุ่ม Netizen?

ขอบอกเลยเขาว่าคนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มคนที่รู้จักแบรนด์ของคุณอยู่แล้ว และเป็นพวกที่มีความชื่นชอบในตัวแบรนด์ของคุณเป็นทุนเดิม เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องที่ง่ายมากเลยค่ะที่จะให้พวกเขาบอกต่อว่าแบรนด์ของคุณมีดียังไงบ้าง โดยคุณสามารถใช้ช่องทางของสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Instagram เป็นช่องทางในการสื่อสารให้กับพวกเค้า แต่คุณจะต้องหมั่นพัฒนาระบบเครือข่ายในแบรนด์ของคุณให้ดีเพื่อให้พวกเขาเกิดความพึงพอใจอยู่เสมอ แล้วคุณยังสามารถสร้างเครือข่ายให้กับพวกเค้าภายใต้แบรนด์ของคุณผ่าน Gadget ทั้งหลายได้อีกด้วยนะคะ

เห็นไหมล่ะคะว่าการสร้างแบรนด์โดยทำให้เกิดพลังแห่งการบอกต่อนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่คุณจะต้อง Focus ให้ถูกกับกลุ่มคนเพื่อให้พลังแห่งการบอกต่อนั้นเป็นพลังที่ทรงอำนาจมากที่สุด ลองถามนักการตลาดออนไลน์ที่ดูแลแบรนด์ของคุณอยู่และลองถามตัวคุณเองสิคะว่าในวันนี้คุณได้ใช้กลุ่มคนเป็นพลังในการบอกต่อที่ถูกต้องแล้วหรือยัง?

 

ในหลักสูตร ‘จากการตลาด 3.0 มุ่งสู่การตลาด 4.0’ มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์ แล้วเรื่องของการโฟกัสกลุ่มคนที่คุณจะใช้เพื่อให้พวกเขาสร้างพลังแห่งการบอกต่อของแบรนด์คุณนี้ เป็นแค่เพียงข้อมูลออร์เดิร์ฟเท่านั้นที่อยู่ในหลักสูตรนี้ค่ะ ถ้าอยากรู้ว่ามีข้อมูลอะไรบ้างที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณ เข้ามาดูที่ https://inmotus.io/courses/13 แล้วมาลองเรียนฟรีกันดูนะคะ

ในวันอื่นๆเราจะมีอะไรมาบอกต่อ ไปกับคุณได้รู้เพื่อนำไปใช้ในการทำธุรกิจนั้น … อย่าลืมติดตามและแชร์รัวๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ

 

Image link: https://media.licdn.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s