พร้อมหรือยังที่จะไป 5.0 ?

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินคำว่า 4.0 บ่อยมากๆ ซึ่งประเทศไทยบ้านเราพึ่งจะหันมาปฏิรูป และโปรโมทให้เมืองไทยของเราเป็นประเทศยุค 4.0 ไม่นานมานี่เอง แต่บางคนยังไม่รู้จักเลยค่ะว่ายุค 4.0 คือยุคอะไร? แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่า 4.0 ? สำหรับคนที่เสพติดสื่อ ไม่ว่าจะเป็นสื่อออนไลน์ หรือสื่อออฟไลน์เราจะรู้จัก และคุ้นเคยกับยุค 4.0 เป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีอีกหลายคนค่ะที่ไม่รู้ว่ายุค 4.0 คืออะไร แล้วมันมีมากกว่า 4.0 หรือเปล่า? เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ!

แต่ละยุค คือยุคอะไรบ้าง?

ยุค 1.0 Hunting Society >>> สังคมแห่งการล่า

ยุคนี้เป็นยุคที่เราเรียกได้ว่าเป็นยุคของบรรพบุรุษของเรานั่นเองค่ะ โดยยุคนี้มนุษย์เราจะออกไปล่าสัตว์ ออกหาอาหารโดยการล่าเหมือนกับสัตว์ประเภทอื่นๆ ที่เวลาหิวก็ต้องล่า พอจะนึกออกใช่ไหมคะว่ายุคนี้เราไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรมาเป็นตัวช่วยในการทำมาหากินเลย เพราะเวลาหิวก็แค่ออกตามล่าหาอาหารเป็นของใครของมันเท่านั้นเอง หรือสำหรับมนุษย์คนไหนที่มีครอบครัวแล้วก็จะให้ผู้ชายออกไปล่าหาเนื้อสัตว์มา ส่วนผู้หยิงก็อยู่ในถ้ำ หรือในกระต็อบเลี้ยงลูก คอยสามีกลับมาเอาเนื้อเอาเสบียงมาให้แล้วตัวเองก็ทำอาหารให้คนในครอบครัวทานนั่นเองค่ะ หรือเราอาจจะบอกได้ว่ายุคนี้เป็นยุคแรกเริ่ม และเป็นยุคดึกดำบรรพ์เลยก็ว่าได้

  • ใครที่ได้เปรียบในยุคนี้?

คนที่ได้เปรียบในยุคนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่ล่าสัตว์เก่ง มีผู้นำที่ใจกล้า มีความกล้าหาญชาญชัยเป็นผู้นำคอยเป็นผู้นำในการออกล่าสัตว์ หรือล่าเนื้อมาให้กับคนในครอครัวนั่นเองค่ะ

  • ใครเสียเปรียบในยุคนี้?

พูดง่ายๆ ก็คือคนที่ไม่มีความสามารถในการล่าสัตว์ หรือคนที่ไม่มีผู้นำที่กล้าหาญ ก็จะหาอาหารได้น้อย โดยยุคนี้ไม่ได้เป็นยุคที่เราแข่งขันกันด้วยการศึกษา หน้าที่การงาน แต่แค่ต้องออกล่าเก่งเท่านั้นเอง

ยุค 2.0 Agrarian Society >>> สังคมแห่งเกษตรกรรม

เมื่อมาถึงยุคนี้ก็คือยุคแห่งการทำเกษตรกรรมนั่นเองค่ะ สำหรับใครที่ทราบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของมนุษย์มาบ้างแล้ว คุณจะทราบได้เลยค่ะว่าหลังจากที่มนุษย์เราล่าสัตว์มาเรียบร้อย และพอมนุษย์เกิดการเรียนรู้ มีวิวัฒนาการเจริญก้าวหน้าขึ้นมนุษย์เราก็รู้จักการเพาะปลูก ทำให้เวลาจะทำอาหารกินเราก็จะเก็บพืชผักจากสวน และเมื่อไหร่ที่อยากกินเนื้อสัตว์ เราก็จะนำเนื้อสัตว์จากที่เลี้ยงไว้มาทำอาหารนั่นเอง ซึ่งความแตกต่างของยุค 1.0 และ 2.0 ก็คือการที่ยุค 2.0 มนุษย์เรารู้มากขึ้น และหาวิธีทำให้ตัวเองสบายมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องออกไปล่าสัตว์ให้เหนื่อยอีกต่อไปแล้ว เพียงแค่เอาเนื้อจากสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้ก็ทำอาหารได้สบายๆ

  • ใครที่ได้เปรียบในยุคนี้?

คนที่ได้เปรียบมากที่สุดในยุคนี้ก็คือคนที่รู้จักวิธีเพาะปลูก รู้จักการการบำรุงรักษาที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด หรือเป็นคนที่บริหารจัดการพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดนั่นเองค่ะ

  • ใครเสียเปรียบในยุคนี้?

คือคนที่ยังล่าสัตว์อยู่ หรือคนที่ยังไม่รู้จักการเพาะปลูก คนที่ยังออกไปล่าสัตว์จะต้องใช้เวลาในการออกล่า บางทีอาจจะไม่ได้เจอหน้าครอบครัวเป็นวันๆ ฉะนั้นพวกเค้าจะเสียเวลาไปกับการไล่ล่าสัตว์นั่นเอง

ยุค 3.0 Industrial Society >>> สังคมแห่งอุตสาหกรรม

ประเทศไทยของเราก็พึ่งผ่านยุคนี้มาไม่นานนี่เอง แล้วเราก็จะเห็นได้เลยว่าหลายจังหวัดในประเทศไทยของเรามีพื้นที่หลายพื้นที่มากที่เราใช้เป็นโรงงานอุตสาหกรรมในการผลิต โดยในยุคนี้เป็นยุคที่มนุษย์เราไม่เพียงแค่มีโรงงานเท่านั้น แต่ยังเป็นยุคที่เรามีการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องจักรมาใช้เป็นเครื่องทุ่นแรงในการผลิตอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยุคนี้ยังเป็นยุคที่เราเริ่มมีการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์มากขึ้นๆ และเป็นยุคที่ประเทศไทยของเราหันมาทำโรงงานกันมากขึ้น ฉะนั้นยุคนี้แหละจึงเริ่มเป็นยุคที่ก่อให้เกิดมลพิษมากขึ้นเรื่อยๆ และกำจัดมลพิษออกไปได้ยาก เพราะยิ่งมนุษย์เราเรียนรู้ที่จะก้าวหน้ามากเท่าไหร่ มลพิษจากการผลิต จากการทำกิจกรรมทางอุตสาหกรรมก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

  • ใครที่ได้เปรียบในยุคนี้?

เราสสามารถเห็นคนที่ร่ำรวยจากยุคนี้ได้เยอะแยะมากมายจากการที่พวกเค้ามีโรงงาน และเป็นคนที่สามารถใช้เครื่องจักรเป็นเครื่องทุ่นแรง พวกเค้าจึงได้เปรียบ และมีเงินมหาศาลจากการเป็นผู้ผลิตที่ผลิตได้มากกว่าคนอื่นๆ

  • ใครเสียเปรียบในยุคนี้?

สำหรับคนที่เสียเปรียบในยุคนี้ก็คือคนที่ยังทำเกษตรกรรมโดยการใช้แรงตัวเอง และไม่มีเครื่องจักรมาเป็นตัวช่วยในการผลิตนั่น โดยการทำด้วยมือเปล่าย่อมเสียเปรียบกว่าการใช้เครื่องจักร เพราะจะต้องใช้เวลาจึงทำให้ช้ากว่าเครื่องจักรนั่นเอง

ยุค 4.0 Information Society >>> สังคมแห่งข้อมูล

ยุค 4.0 ก็คือยุคปัจจุบันของประเทศไทยของเรานั่นเองค่ะ โดยยุคนี้เป็นยุคที่อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทกับมนุษย์เรามากที่สุด และถือได้ว่าเป็นยุคที่การสื่อสารเป็นสิ่งที่ Boom มากที่สุด เพราะเนื่องจากการที่เรามีอินเตอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมต่อทำให้เราสามารถส่งข่าวสารกันได้อย่างไร้พรมแดน โดยตัวอย่างที่เราชอบยกกันออกมาพูดเรื่องของการสื่อสารที่ไร้พรมแดนนั่นก็คือการที่เราสามารถพูดคุย มองเห็นหน้า กับคู่สื่อสารของเราได้โดยใช้เวลาติดต่อไปเพียงแค่ไม่ถึง 1 นาทีเราก็สามารถมองเห็นหน้าคนที่อยู่อีกฝั่งของโลกได้โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโทรศัพท์เลย เพราะเรามีอินเตอร์เน็ตนั่นเอง อีกทั้งยุคนี้ยังเป็นยุคที่เราทำมาค้นขายกันด้วยวิธีการออนไลน์ สื่อ และการทำกิจกรรมทางการตลาดแบบออฟไลน์จึงเริ่มหายไป สื่อบางสื่อถึงกับต้องปิดตัวลงไปเลยทีเดียว เช่น โทรเลข การส่งจดหมายแบบกระดาษ นิตยสารแบบวางขายตามร้านขายหนังสือ นั่นเองค่ะ

  • ใครที่ได้เปรียบในยุคนี้?

คนที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตเป็น และมีสื่อออนไลน์ในมือเป็นอำนาจ เลยกลายเป็นคนที่ได้เปรียบมากที่สุดในยุคนี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร การซื้อขายต่างๆ เราได้ใช้ช่องทางอินเตอร์เน็ตหรือออนไลน์เป็นตัวกลางทั้งหมด

  • ใครเสียเปรียบในยุคนี้?

คนที่เสียเปรียบก็คือคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตไม่เป็นหรือยังไม่รู้ว่าการซื้อขาย การติดต่อออนไลน์เป็นอย่างไรนั่นเองค่ะ ตัวอย่างของคนที่เสียเปรียบและจะต้องปรับตัวในประเทศไทยของเรานั่นก็คือเราพยายามสนับสนุนให้ชาวนาใช้สื่อออนไลน์ให้เป็นเพื่อเป็นช่องทางในการซื้อขายผลผลิตนั่นเอง

ยุค 5.0 Super Smart Society >>> สังคมอัจฉริยะ

หลายคนยังนึกถึงสภาพของยุคนี้ไม่ออกหรือยังคิดไม่ถึงว่ายุค 5.0 หน้าตามันเป็นยังไง แต่คุณรู้หรือไม่คะว่ามันคือยุคที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ อีกทั้งหลายๆ ประเทศได้มีการผลักดันให้ประเทศตัวเองเป็นประเทศแห่งยุค 5.0 ไปเรียบร้อยแล้ว ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่นายกประเทศของเค้ากำลังส่งเสริมให้ประเทศตัวเองเข้าสู่ยุค 5.0 อย่างเต็มตัว โดยยุคนี้เป็นยุคที่เราได้ใช้หุ่นยนต์มาเป็นตัวช่วยในชีวิตประจำวันของเราเพื่อให้ชีวิตเรามีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในโรงงาน หรือจะเป็นในบ้านเราก็จะมีหุ่นยนต์เป็นตัวช่วยของเราค่ะ ยกตัวอย่างในประเทศไทยของเรามีบริษัทขายปลีกรายใหญ่ที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ CP เค้าได้ใช้เครื่องจักรหุ่นยนต์มาใช้ในการผลิต โดยเค้าไม่ได้คนมาผลิตอาหารหรือสินค้าเลย ส่วนตัวอย่างตามบ้านก็อย่าง เช่น หลายบ้านใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดพื้น แค่เปิดทิ้งไว้มันก็ทำความสะอาดได้เอง โดยไม่ต้องบังคับให้เมื่อยมือเลย

  • ใครที่ได้เปรียบในยุคนี้?

ถ้าคุณอยากได้เปรียบในยุคนี้แล้วล่ะก็ คุณจะต้องมีความคิดก้าวหน้า เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น และใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ให้เป็นประโยชน์ เพราะคุณจะสามารถประหยัดเวลา และสามารถต้นทุนในการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในการทำธุรกิจ หรือกิจกรรมในชีวิตประจำวันในระยะยาวได้ค่ะ

  • ใครเสียเปรียบในยุคนี้?

ถ้าคุณยังไม่ปรับตัว และยังยึดติดกับการใช้ชีวิตรูปแบบเดิมๆ ทำอะไรหลายๆ อย่างด้วยการไม่ใช้เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์ คุณอาจจะเป็นคนที่เสียเปรียบ แล้วต้องใช้เวลา ใช้ต้นทุนในการทำกิจกรรมมากกว่าคนอื่นๆ เพราะในการทำธุรกิจนั้นคุณจำเป็นต้องมีความรวดเร็วใช่ไหมล่ะคะ?

การทำธุรกิจเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่คุณจะต้องใส่ใจเรื่องของการนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตหรือการส่งต่อสินค้าและการบริการให้กับลูกค้า ถ้าหากว่าตัวของคุณเองกำลังอยู่ในยุค 4.0 แต่พฤติกรรมและขั้นตอนกระบวนการทำงานของคุณยังอยู่ในยุคที่ 1.0 2.0 หรือ 3.0 คุณอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่กำลังเสียเปรียบคู่แข่งอยู่ก็ได้นะคะ

 

Image link: https://www.uih.co.th

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s