รูปแบบการเรียน….ที่ควรมีในห้องเรียน

ในการเรียนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่จะต้องทำให้ผู้สอน และผู้เรียนเกิดความรู้ และความเข้าใจที่ดีในห้องเรียนได้ แต่การศึกษาในประเทศไทยบ้านเรานั้นยังมีเรื่องให้ถูกเถียงกันมากมายเกี่ยวกับการเรียนการสอนในห้องเรียนที่ยังไม่ได้ประสิทธิภาพมากเพียงพอ หรือยังไม่สามารถทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทำให้นักเรียนหลายคนหันไปติวหรือพันไปเรียนพิเศษนอกห้องเรียนมากกว่าที่จะใส่ใจการเรียนในห้องเรียนเท่านั้น หรือวันนี้เราจะมานำเสนอรูปแบบการเรียนที่หลายๆ ประเทศมี เส้นทางอาจารย์ครูผู้สอนสามารถนำไปปฏิบัติกับนักเรียนในห้องเรียนของตัวเองได้รวมถึงหลายๆ คนยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ และเกิดไอเดียใหม่ๆ ในที่ทำงานได้เช่นเดียวกัน ว่าแต่รูปแบบการเรียนที่ว่านานจะมีอะไรบ้าง? เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ 1. ให้ผู้เรียนสามารถยกมือถามคำถามได้ในระหว่างการเรียนการสอน มีสิ่งหนึ่งที่นักเรียนไทยหลายคนจะรู้กันเป็นอย่างดีและเป็นสิ่งที่ทำให้นักเรียนไม่มีความกล้าแสดงออก และคิดว่าการตั้งคำถามนั้นเป็นสิ่งที่ผิดหรือเป็นสิ่งที่แสดงความไม่ฉลาดของตัวเองออกมา ทั้งๆ ที่การตั้งคำถามเป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งที่ช่วยให้ นักเรียนเกิดความเข้าใจที่ดีได้ภายในทันทีในขณะที่เรียนอยู่ มีหลายครั้งที่นักเรียนยกมือขึ้นถาม แต่ถูกปรามเอาไว้ให้ถามหลังจากที่หมดคาบเรียนไปแล้วซึ่งบางครั้งคำถามที่เกิดขึ้นมานั้นก็เป็นคำถามที่ดีและเป็นคำถามที่นักเรียนหลายๆ คนก็เกิดข้อสงสัยเช่นเดียวกันแต่อาจจะไม่กล้ายกมือถาม

เรียนแบบไหนได้ “ประสิทธิภาพ” มากที่สุด?

เคยไหมคะ? เวลาอ่านหนังสือเสร็จแล้วก็ลืม บางทีจำได้แม่นเลยทีเดียวล่ะแต่พอออกจากห้องสอบไม่กี่นาทีเพียงเท่านั้นแหละ อะไรที่จำได้ก่อนหน้านี้กลับลืมไปซะหมด แล้วเคยสงสัยกันไหมล่ะเค้าว่าทำไมหลังจากที่เราอ่านหนังสือแล้วเราถึงลืมได้ง่ายขนาดนั้น หรือบางทีอ่านหนังสือไปมาก็ไม่เข้าใจอะไรเลย ไม่ว่าจะอ่านเป็นสิบๆ รอบ ก็ไม่เข้าหัวสักที วันนี้เราเลยอยากจะมาแชร์เรื่องราวดีๆเกี่ยวกับการเรียนที่จะทำยังไงให้คุณได้ประสิทธิภาพจากการเรียนนั้นให้มากที่สุด ดูสิ่งที่เราจะใช้อ้างอิงถึงนั่นก็คือ Cone of learning by Edgar Dale หรือเราอาจจะเรียกอีกอย่างว่ากรวยแห่งการเรียนรู้นั่นเองค่ะ ซึ่งทฤษฎีนี้ถูกสร้างขึ้นจาก Edgar Dale นักศึกษาชาวอเมริกัน เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าการเรียนแบบไหนให้ได้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพ 10%

หลักสูตรการเรียนแบบไหนที่น่าสนใจมากที่สุดในปัจจุบัน

เราสามารถบอกได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นการเรียนในห้องเรียนหรือไม่ว่าจะเป็นการเรียนบนโลกออนไลน์นั้นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในการเรียนรู้ก็คือการที่เราสามารถเรียนรู้กับข้อมูลที่มีความทันสมัย ทันยุค ทันเหตุการณ์ คุณจะมีเพียงกฎ ทฤษฎี หรือหลักสูตรเพียงแค่ไม่มาก ที่ถูกคิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์ในหลายสิบปีหรือร้อยปีก่อนพี่ข้อมูลเหล่านั้นยังสามารถนำมาใช้ได้กับสถานการณ์หรือการเรียนรู้ในปัจจุบันได้ แต่ถ้าหากพูดถึงเรื่องเทคโนโลยีหรือกระบวนการวิเคราะห์ ถ้าหากเราเรียนหลักสูตรที่ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้วมันอาจจะไม่สามารถนำมาใช้ได้กับเหตุการณ์ในปัจจุบันได้ ในตอนเย็นวันจันทร์นี้ Inmotus เราเลยมานำเสนอข้อเปรียบเทียบและประโยชน์จากการเรียนรู้ด้วยการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในปัจจุบันในการเป็นตัวช่วยเพื่อการเรียนรู้ที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปใช้กับเหตุการณ์บนโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างเช่นโลกที่กำลังถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีอันก้าวหน้าของเราในปัจจุบันนี้กันค่ะ หลักสูตรที่มีการอัพเดทให้ทันต่อเหตุการณ์โลก ถ้าหากว่าในตอนนี้คุณกำลังเรียนชั้นมหาวิทยาลัยเราอยากให้คุณลองกลับไปเปิดดูหนังสือที่คุณได้เรียน ในชั้นประถมศึกษาหรือชั้นมัธยมศึกษาดู แล้วคุณจะมองเห็นความแตกต่างว่าหลักสูตรที่ถูกบรรจุลงในหนังสือเหล่านั้นเป็นหลักสูตรที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ในตอนที่คุณเรียนอยู่ในชั้นประถมหรือมัธยมอยู่นั้นหลักสูตรที่ใช้ก็ยังเป็นหลักสูตรเดิมๆ ของหลาย

เรียนออนไลน์ได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

สมัยนี้ไม่ว่าจะซื้อของ ขอคำปรึกษา หรือแม้แต่การเรียนหนังสือเองก็กลายเป็นเรื่องง่ายไปซะหมด เพราะเรามีอินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายเชื่อมต่อคนที่อยู่ไกลกันให้มาใกล้กันเพียงแค่อุปกรณ์ที่เราเรียกว่ามือถือ คอมพิวเตอร์ และแล็ปท็อปได้เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเราก็สามารถท่องไปในโลกไซเบอร์ได้อย่างที่ใจต้องการ หรือแม้แต่การค้นหาข้อมูลเองเราเองก็หาข้อมูลบน Google มากกว่าที่จะถามอาจารย์ที่สอนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยซะอีก เอาล่ะค่ะ…วันนี้ Inmotus เราเลยมาบอกให้คุณได้รู้กันว่าการเรียนเอาวุฒิออนไลน์นั้นมันมีดียังไง อย่ารอช้า เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า! >>> ไม่ต้องเปลืองกระดาษในการทำข้อสอบ นี่คือสิ่งแรกที่เราได้ช่วยโลกของเราให้มีต้นไม้มากขึ้น เพราะเวลาที่เราเรียนออนไลน์ เราไม่ต้องใช้กระดาษในการทำข้อสอบหรือแบบสอบถามเลยค่ะ หรือแม้แต่การทำรายงานส่งหรือวิทยานิพนส่งอาจารย์ เราก็ไม่ต้องใช้กระดาษ แต่เราใช้ไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกซ์เช่น Microsoft word

เทคนิคการเปลี่ยน “ความจำระยะสั้น” ให้เป็น “ความจำระยะยาว”

มีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเราที่ตัวเราต้องการจดจำเอาไว้ให้นานที่สุด อย่างเช่นการเรียนหนังสือหรือการทำงานบางประเภทคนที่ได้เรียนหรือคนที่ได้ทำงานในด้านนั้นๆ ก็มีความต้องการที่จะจดจำรายละเอียดด้านนั้นๆ เอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเรียน และเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เราต้องการจำแต่กลับดันลืมทุกครั้ง วันนี้ Inmotus เราเลยมีเคล็ด(ไม่)ลับในการเปลี่ยน “ความจำระยะสั้น” ให้เป็น “ความจำระยะยาว” มาฝากให้กับคนที่ต้องเรียนอยู่เสมอ และต้องรับข้อมูลใหม่ๆ เข้าสมองอยู่ตลอดเวลามาให้คุณได้รู้กันค่ะ 1. ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปบ่อยๆ การทบทวนที่เรากำลังพูดถึงนี้สามารถใช้ได้หลายวิธี ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่กำลังเรียนหนังสืออยู่สิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อให้เกิดการทบทวนบ่อยๆ นั่นก็คือ ให้คุณอ่านหนังสือเล่มอื่นๆที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันโดยคุณไม่จำเป็นจะต้องอ่านหนังสือเล่มเดียวซ้ำไปซ้ำมา เพราะถ้าหากว่าคุณเข้าใจเนื้อหาในหนังสือเล่มนั้นๆแล้วคุณก็สามารถนำความรู้ที่มีไปต่อยอดให้กับความรู้ด้านอื่นๆที่คุณมีอยู่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่กำลังทำงานอยู่ ให้คุณนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติในการทำงานไม่ว่าจะเป็นทั้งในออฟฟิศหรือนอกออฟฟิศก็ตามเพราะสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการทบทวนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ไปทั้งหมด 2.

สิ่งที่คนที่ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย จะได้มากกว่าคนอื่นๆ

การทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะหนัก แล้วจะต้องเหนื่อยกว่าคนอื่นเป็นหลายเท่าเลยทีเดียวใช่ไหมล่ะคะ แต่ขอแสดงความยินดีด้วยถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย นั่นหมายความว่าคุณกำลังสร้างแบบทดสอบ และกำลังพยายามมากกว่าคนอื่นหลายเท่าสิ่งที่คุณจะได้มันก็สมควรที่จะต้องมากกว่าคนอื่น วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ มามอบให้กับคนที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองกันค่ะ ว่าแต่เรื่องราวดีๆ นั้นจะมีอะไรบ้างเรามาดูกันเลยดีกว่า   คุณจะได้เพิ่มเติมความรู้ให้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลา คนที่ทำงานอย่างเดียวนั้นอาจจะต้องคลุกคลีอยู่กับงานและสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ นั่นหมายความว่าสมาธิของคุณจะต้องอยู่กับงานอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งบางทีการทำงานเพียงอย่างเดียว สิ่งเดียว รูปแบบเดียว ก็ไม่อาจทำให้คุณเพิ่มเติมความรู้ให้กับตัวเองได้ เพราะทุกๆ วันคุณจะต้องคิดแต่เรื่องงานที่ทำเพื่อให้มันออกมาสำเร็จ แต่สำหรับคนที่ทำงานไปด้วยแล้วเรียนไปด้วยนั่นหมายความว่า คุณจะได้เอาความรู้ที่กำลังเรียนอยู่ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานของตัวเองได้ แต่ตัวคุณเองก็ต้องแบ่งเวลาให้ถูกเพื่อที่การเรียนของคุณจะไม่กระทบกับการทำงานแล้วเกิดผลเสีย   คุณจะได้รู้จักเนื้อหางาน และหัวใจของการทำงานมากขึ้น

1 2 3