ลูกน้องเปลี่ยนไป ไม่ทำงานดีเหมือนเดิม คุณกำลังเจอปัญหานี้อยู่หรือเปล่า?

เคยสงสัยไหมคะว่าหลังๆ ลูกน้องของคุณมีอาการหรือลักษณะท่าทางที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากแต่ก่อนที่วานขอให้ทำอะไรพวกเค้าก็ทำตามคำขอของเราอย่างไม่รอช้า แต่ทำไมมาช่วงหลังนี้เวลาคุณขอให้ทำอะไรก็ไม่ค่อยได้ตามที่ต้องการ หรือพวกเค้าไม่ได้ทำตามคำขอของคุณเลย แม้แต่คำสั่งที่ออกมาให้ปฏิบัติกันก็ตาม… มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะที่คนที่เป็นเจ้านายหรือหัวหน้าจะต้องเจอกับสถานการณ์เหล่านี้ และยังเป็นปัญหาที่เจ้านายหลายคนกังวลเหมือนกัน วันนี้เราเลยมาไขข้อข้องใจ และหาคำตอบให้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกันค่ะว่าจะจัดการยังไงกับการบริหารงาน บริหารคนให้ผ่านไปด้วยดีได้อย่างไรบ้าง? ลูกน้องของคุณยังมี ความชื่นชมยินดีในตัวของคุณอยู่หรือเปล่า? ก่อนหน้านี้ที่คุณเคยวานขอให้พวกเค้าทำอะไรให้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องด่วนหรือเรื่องไม่ด่วนลูกน้องของคุณต่างรีบกุรีกุจอทำให้เลยทันที แต่ตอนนี้ขอไป 3 วันแล้วแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้งานตามที่ขอเอาไว้ หนึ่งในสาเหตุนั่นก็อาจจะมาจากการที่พวกเค้ากำลังขาดความชื่นชมยินดีในตัวเจ้านาย คุณลองสังเกตดูนะคะว่าตอนแรกที่ลูกน้องได้เข้ามาทำงานกับคุณ พวกเค้ามีอะไรชื่นชมในตัวของคุณบ้าง? ไม่ว่าจะเป็นการที่คุณเป็นคนที่ทำงานหนักเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้องเห็นได้ ถ้าคุณกำลังเจอปัญหานี้อยู่ลองทบทวนคำตอบของตัวเองแล้วกู้คืนความชื่นชมยินดีจากลูกน้องกลับคืนมาให้ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นแรงจูงใจในการทำงานด้วยกันทั้งหมดค่ะ ไม่ใช่ลูกน้องที่เปลี่ยนไป

ปรับ “Mindset” ของคุณ ให้ทำงานได้อย่างมีความสุข

การทำงานเป็นเรื่องที่เราจะต้องเจอกับปัญหาอย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งในการเกิดปัญหาแต่ละครั้งย่อมทำให้คุณเกิดความท้อถอย บางทีปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะทำให้คุณอยากลาออกเลยก็ได้ แต่อะไรล่ะที่จะทำให้คุณเข้าใจชีวิตการทำงานที่มันมีปัญหาอยู่ตลอดเวลาได้? วันนี้ Inmotus เราเลยเอากำลังใจดีๆ ในการปรับเปลี่ยน Mindset ของคุณให้คุณสามารถใช้ชีวิตการทำงานได้อย่างมีความสุข และทำให้ชีวิตการทำงานของคุณราบรื่นขึ้นกว่าเดิมมาให้คุณได้รู้กันค่ะ ปัญหาบางปัญหาบางปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ไม่ได้มีไว้ให้หลีกหนี เคยไหมคะ? เวลาเกิดปัญหาขึ้นเมื่อไหร่สิ่งที่เราทุกคนควรทำนั่นก็คือการมองหาวิธีแก้ไข แต่บางคนกลับมองหาคนทำผิดแล้วมัวแต่หาตัวคนทำผิดจนเสียเวลาหาวิธีแก้ไข ซึ่งในการเผชิญหน้ากับปัญหานั้นคุณควรหาวิธีแก้ไขค่ะ ไม่ใช่หาตัวคนผิด เพราะปัญหาหลายๆ ปัญหาไม่สามารถโทษคนๆ เดียวได้ แต่ว่ามันเกิดขึ้นจากระบบการทำงาน และอีกหนึ่งมุมมองนั่นก็คือ หลายๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในที่ทำงานนั้นไม่สามารถถูกแก้ไขได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

“Learning Curve” ยิ่งทำ ยิ่งเก่ง

ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือว่าการทำงาน ถ้าจะให้ออกมาดีนั้นสิ่งสำคัญนั่นก็คือการทำสิ่งนั้นออกมาให้ดีที่สุด และเพื่อให้เกิดความชำนาญนั้นก็จะต้องมีการฝึกฝนนั่นเองค่ะ คุณเคยสงสัยไหมคะว่า…ถ้าหากว่าจะให้การทำงานออกมาดี แล้วมีความเป็นมืออาชีพจะต้องทำยังไงบ้าง วันนี้ Inmotus เราเลยมาบอกกันค่ะว่า ทำยังไงจะได้การทำงานที่มีความเป็นมืออาชีพ? มาบอกให้ทุกคนได้เอาไปลองใช้ดูค่ะ   มีทฤษฎีหนึ่งที่ชื่อว่า Learning Curve เป็นทฤษฎีที่บอกว่า “เมื่อไหร่ที่เราใช้เวลาในการเรียนทำมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้” นั่นก็คือเมื่อไหร่ที่เราฝึกฝนมาก ทำมาก หรือหมั่นฝึกทำในสิ่งที่เราต้องการเชี่ยวชาญบ่อยๆ เป็นกิจวัตร เราก็จะเชี่ยวชาญในการทำงานด้านนั้นหรือมีความสามารถในการทำสิ่งๆ นั้นมากกว่าคนอื่นๆ นั่นเองค่ะ ตัวอย่าง

เปลี่ยนมุมมองแบบ พนักงาน(ธรรมดา) ให้เป็นมุมมองของ ผู้บริหาร(ที่ชาญฉลาด)

เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ ว่าเมื่อไหร่ที่เราสามารถเปลี่ยนความคิดได้หรือเปลี่ยนมุมมองได้คุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการ แล้วถ้าหากว่าคุณอยากได้ในสิ่งที่คุณต้องการ แต่คุณยังใช้วิธีการเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ และมุมมองแบบเดิม คุณก็จะได้สิ่งเดิม เพราะบางครั้งสิ่งที่คุณต้องการนั้นคุณอาจจะต้องเปลี่ยนมุมมองและเปลี่ยนแนวคิดใหม่เพื่อให้ตัวเองพร้อมรับสิ่งที่คุณต้องการ เช่นเดียวกับการทำงานค่ะในขณะที่หลายคนต้องการเลื่อนตำแหน่งตัวเองให้สูงขึ้น แต่ยังมีมุมมองและแนวคิดเดิมๆ ที่ทำให้ตัวเองไม่เกิดการพัฒนา การเลื่อนตำแหน่งหรือสร้างความก้าวหน้าให้กับตัวเองจึงไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาดูกันเลยดีกว่าเขาว่าการที่จะขยับตัวเองให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นหรือได้รับความก้าวหน้าในอาชีพนั้นจะต้องมีมุมมองแบบไหนกันบ้าง? ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักจะต้องใช้เวลา และความทุ่มเทอย่างหนัก หลายคนคิดว่าความสำเร็จสามารถสร้างขึ้นได้ในระยะเวลาที่สั้น หรืออาจจะไม่ต้องทุ่มเทอะไรมาก แล้วก็มีอีกหลายๆ คน ที่อยากจะได้งานทำดีๆ และสร้างความก้าวหน้าให้กับตัวเอง ซึ่งคิดว่างานบังงานนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ความทุ่มเทอะไรมากมายเพียงแค่ชี้นิ้วสั่งก็ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการมา แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นงานไหนก็แล้วแต่ที่จะเกิดความสำเร็จได้จะต้องใช้เวลาและใช้ความทุ่มเทในการทำงานอย่างหนักเพื่อให้เกิดความสำเร็จขึ้น บางคนอาจจะเริ่มต้นทำได้แต่หลังจากที่เริ่มต้นกลับไม่ทำต่อหรือไม่มีความต่อเนื่องในการทำงาน ซึ่งความสำเร็จที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมก็อาจจะกลายเป็นความสำเร็จที่อยู่ห่างไกลออกไปก็ได้

“เจ้านาย” แบบไหนที่ “ลูกน้อง” อยากลาออก!

วันนี้ Inmotus เรามีเรื่องราวที่จะมาเผยความในใจของมนุษย์เงินเดือน หรือมนุษย์ลูกน้องให้คุณได้รับรู้กันค่ะ ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกน้องหรือว่าเจ้านายจะต้องรู้ให้ได้ค่ะ โดยเฉพาะคนที่เป็นเจ้านาย เจ้าของกิจการ หรือคนที่ต้องควบคุมการทำงานของลูกน้องตัวเองจะต้องหันมาฟังทางนี้ให้ดี เพราะนอกจากเจ้านายจะต้องเก่งแล้ว ลูกน้องก็มีความคาดหวังในการทำงานร่วมกับเจ้านายเหมือนกัน เอาล่ะ มาดูกันเลยค่ะว่าเจ้านายแบบไนที่ลูกน้องอยากลาออกทุกวัน 1.เจ้านายที่ไม่รับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง เจ้านายแบบนี้เป็นเจ้านายในฝันที่ลูกน้องไม่อยากทำงานด้วยเป็นอันดับต้นๆ ค่ะ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรเจ้านายจะเอาความคิดของตัวเองเป็นหลัก ใครจะว่าอะไรก็ไม่ฟัง แถมยังชอบบงการ ชอบสั่งอีกด้วย ซี่งการรับฟังความคิดเห็นของลุกน้องหรือเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้แสดงความคิดเห็นออกมานั่นย่อมจะทำให้เจ้านายได้รับรู้อีกด้านหนึ่งของการทำงานหรือได้ทราบทิศทางของการทำงานได้ดีขึ้นก็ได้ เพราะคนทีทำงานอยู่กับหน้างานจริงๆ คือลูกน้องของคุณนั่นเอง ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ลงปฏิบัติงานเองทั้งหมดการเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้แสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยทีเดียวค่ะ ถ้าคุณรับฟังความคิดเห็น และสามารถนำเอาความคิดเห็นของลูกน้องมาวิเคราะห์หาวิธีที่ดีที่สุดได้รับรองว่าองค์กรของคุณจะต้องแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

เทคนิคการเปลี่ยน “ความจำระยะสั้น” ให้เป็น “ความจำระยะยาว”

มีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเราที่ตัวเราต้องการจดจำเอาไว้ให้นานที่สุด อย่างเช่นการเรียนหนังสือหรือการทำงานบางประเภทคนที่ได้เรียนหรือคนที่ได้ทำงานในด้านนั้นๆ ก็มีความต้องการที่จะจดจำรายละเอียดด้านนั้นๆ เอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเรียน และเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เราต้องการจำแต่กลับดันลืมทุกครั้ง วันนี้ Inmotus เราเลยมีเคล็ด(ไม่)ลับในการเปลี่ยน “ความจำระยะสั้น” ให้เป็น “ความจำระยะยาว” มาฝากให้กับคนที่ต้องเรียนอยู่เสมอ และต้องรับข้อมูลใหม่ๆ เข้าสมองอยู่ตลอดเวลามาให้คุณได้รู้กันค่ะ 1. ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปบ่อยๆ การทบทวนที่เรากำลังพูดถึงนี้สามารถใช้ได้หลายวิธี ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่กำลังเรียนหนังสืออยู่สิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อให้เกิดการทบทวนบ่อยๆ นั่นก็คือ ให้คุณอ่านหนังสือเล่มอื่นๆที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันโดยคุณไม่จำเป็นจะต้องอ่านหนังสือเล่มเดียวซ้ำไปซ้ำมา เพราะถ้าหากว่าคุณเข้าใจเนื้อหาในหนังสือเล่มนั้นๆแล้วคุณก็สามารถนำความรู้ที่มีไปต่อยอดให้กับความรู้ด้านอื่นๆที่คุณมีอยู่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่กำลังทำงานอยู่ ให้คุณนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติในการทำงานไม่ว่าจะเป็นทั้งในออฟฟิศหรือนอกออฟฟิศก็ตามเพราะสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการทบทวนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ไปทั้งหมด 2.

1 2 3